วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

อ่ะต่อ ๆ ต่อจากเอนทรี่ที่แล้วนะ

กลับมาแล้ว จากไปเยี่ยมหลานมา
หลานชื่อแชมเปี่ยน
อายุ 17 วัน
ตัวกระเปี๊ยกมาก
โอเค วันนี้น้องสะใภ้สวัสดี ก็น่ารักดี (แอบดีใจ น้องสะใภ้สวัสดี)

..............................
เราทำเหมือนคนมีปมด้อยเลยเนอะ แต่เอาน่า มารยาทไทย
ทำไปเหอะ ใคร ๆ ก็รัก
ใครไหว้เรา เคารพเรา เราก็รักอ่ะ
ใครไม่ทำ เราไม่สนใจ จะไปไหนก็ไป
หมายถึงกับทุกคนเลย รวมถึงลูกศิษย์ด้วย
...............................

ก่อนอื่นขอคั่นแป๊บ
วันนี้มีคนเก็บฟีด (สถิติของวันนี้หรือของเมื่อวาน หรือของเมื่อวันก่อนวะ ไม่ค่อยแน่ใจเลย)
แต่ที่รู้คือที่โชว์ตอนนี้
มีคนเก็บฟีดที่นี่ 16 ราย (มากที่สุดเท่าที่เราเคยเห็น อาจมีมากกว่านี้ แต่เราไม่เคยเห็น เพราะเราไม่ได้เข้ามาเล่นเน็ต มาเช็คทุกวัน)
เก็บที่มายสกาย 6 ราย (ถือว่าเยอะ แต่เหมือนจะเคยเห็นเยอะกว่านี้ แต่ไม่เคยเห็นถึง 10)
เก็บที่ ไฮไฟว์ (อีชั้นเลิกเขียนที่ไฮไฟว์แล้ว จะเก็บไมนักหนาวะ) 8 ราย
ที่เวิร์ดเพรด (ที่จะเขียนนิทาน) 8 ราย
นอกนั้นเรื่อย ๆ 2-3 ราย
อยากให้เก็บที่ pranitee.exteen.com เยอะ ๆ อ่ะ ทำไมเก็บน้อยจัง
วันไหนเห็นคนเก็บฟีดเยอะ เราจะดีใจหลาย ๆ อ่ะ เหมือนมีฟีดแบคให้รับรู้บ้างว่า "เราเขียนได้น่าสนใจพอที่จะมีคนอยากติดตามอ่านหรือดู ๆ มอง ๆ เหล่ ๆ" ถึงเราจะไม่้ได้เงินได้ทองหรือได้อะไรเลย(ที่เป็นรูปธรรม)จากการเขียนบล็อก แถมยังต้องเสีัยค่าไฟ ค่าเน็ต ทำให้คอมมันเหนื่อย และเสียเวลาส่วนตัวมาก... แต่ก็สุขใจที่ได้บ่นออกมา ก๊าก... ก็คงมีแค่สองอย่างแหละคือได้สุขใจที่ได้บ่น กับดีใจตอนเห็นสัญญาณที่พออนุมานได้ว่ามีคนอยากอ่าน
................................

ต่อ ๆ
ตอนก่อนปิดคอม เราทิ้งข้อความไว้ที่ทวิตเตอร์ว่า

เด็กสมัยนี้ หลักจิตวิทยา เอาไม่อยู่นะคะ เชื่อเหอะ นั่นมันทฤษฎี แต่นี่มันเรื่องจริง
about 6 hours ago from web
แล้วเราจะไปสอนมันได้ยังไง พ่อแม่เขาไม่เคยสอนให้ลูกไหว้ใคร ในเมื่อเขาไม่รู้จักการเคารพผู้อื่น แล้วจะให้เราทำยังไง ตบมันเลยดีไหม
about 6 hours ago from web
http://pranitee.blogspot.com/2010/02/blog-post_06.html คราวหน้าเสริมว่าเราต้องย้ำว่าครอบครัวต้องปลูกฝัง เพราะเด็กบางคนไม่เคารพเราไม่ยอมไหว้
about 6 hours ago from web
ต้องอ่านจากล่างขึ้นบนนะจ๊ะ

อยากให้มี ลำดับที่ 6) อยากให้พ่อแม่สอนเรื่องมารยาทพื้นฐานเช่นการไหว้
นี่แหละ เกี่ยวกับที่บ่นทิ้งท้ายไว้เมื่อเอนทรี่ที่แล้ว และต้นเอนทรี่นี้
ไหว้คน บางทีถึงไม่ได้มาจากใจ แต่ก็ทำให้คนที่ไหว้ ดูน่ารัก น่าเอ็นดูมากกว่าเดิมเยอะ
เราขอบอก เราเป็นคนนึงที่มือแข็ง หลังแข็ง ไหว้คนยาก ไม่ตอแหลเหมือนนักการเมืองตอนหาเสียง
แต่เราเป็นคนที่ไหว้คนตามสถานภาพ บทบาท หน้าที่ของเขา (ถ้าเรารู้) และถ้าเขาไม่เลวจนเกินไป เราจะไหว้ของเราอยู่อย่างนั้น ไม่ว่าสถานภาพของเขาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน เพราะเราไหว้ตามมารยาทเป็นหลัก แต่ก็ไหว้ด้วยใจเช่นเดียวกัน (ใจของคนที่มีมารยาทมากพอ)
เด็กต้องไหว้ครู ก็เหมือนกับที่เราก็ไหว้ครูของเรามาก่อน
เราไหว้ตามสถานภาพ บทบาท หน้าที่
ต่อให้เขาเป็นครูที่โคตรจะแย่ แต่ถ้าเขาไม่แย่กับเรา เราก็ไหว้ เพราะเรารู้ว่าเราเป็นนักเรียน เขาเป็นครู
และถึงแม้เขาจะแย่กับเรา เราก็ไหว้ (มีเคยไม่ไหว้เหมือนกัน คือเคสใส่ร้ายป้ายสี ต้องใช้ศัพท์วัยรุ่นว่าไม่ไหวจะเคลียร์แล้วจริง ๆ เราจะเลี่ยง ไม่ไปเจอ จะได้ไม่ต้องเสียมือไปไหว้ ก็นี่แหละทุกอย่างมีเหตุมีผล แต่มีแค่ไม่กี่คน น้อย) ไม่ว่าแม่กับป๋าจะสั่งให้ไหว้ใคร เราก็ไหว้ตลอด ไม่เคยถามว่านั่นใคร แค่บอกให้ไหว้ก็ไหว้เลย ก็จบ

ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ (เท้าความนิด เราจะต้องทวงไหว้จากเด็กบ่อยมาก แต่มีเทคนิคในการทวง ไม่ใช่ไปพูดว่า "นี่มาสวัสดีครูเดี๋ยวนี้นะ" ไว้รวมได้หลายวิธีจะมาแนะนำ ตอนนี้ กำลังอยู่ในระหว่างการเก็บรวบรวม) มีเด็กไม่ยอมสวัสดีเรา ไม่ยอมสวัสดี ตาแข็งเลย แล้วพอเริ่มจับตัวมาพูด (ไม่ได้ด่า) ก็ทำท่าจะร้องไห้
เราคิดในใจว่า ถ้ามันสวัสดี ก็จบตั้งนานแล้ว จะอะไรกันนักหนา แต่เราไม่ปล่อย เพราะเราบอกแล้วว่านี่คือมารยาท เขาไม่ต้องมาเคารพอะไรเรา แต่เขาควรจะรู้จักมารยาท ถ้าเราไม่จัดการตั้งแต่อนุบาล 2 เด็กคนนี้จะไม่รู้จักการสวัสดีใครเลย นอกจากครูประจำชั้นของเขา (เขาไม่สวัสดีคนอื่น และพูดจาไม่มีคะ ค่ะ ทำตัวเป็นทอม และแกล้งเพื่อนด้วย ตัวค่อนข้างโตกว่าเพื่อน) สุดท้ายครูเขาสั่งให้สวัสดี เด็กคนนี้ทำท่าฝืนใจมาก ๆ ฝืนใจสุด ๆ ก่อนจะสวัสดีเราสวยมาก แต่หน้าตาแสดงความไม่พอใจมาก ๆ

อยากบอกคุณพ่อคุณแม่ ของเด็กลักษณะนี้ค่ะ ว่า ต่อไปถ้ายังเป็นอย่างนี้ จะอยู่ยาก
เพราะแค่มารยาทไทยพื้นฐาน ยังต้องมีเงื่อนไข (ครูประจำชั้นสั่ง ถึงจำใจทำให้) แล้วจะไปทำอะไรกิน
ลึก ๆ เราแอนตี้เด็กคนนี้ (ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่ีเคยเจอ เด็กคนนี้มาสาย เราไปดูเข้าแถวแล้ว เขาถึงมา) คือ ถ้าหากมีของเล่นไม่พอ เด็กคนนี้จะเป็นคนนึงที่จะไม่ได้ของ เพราะเราถือว่า เขาทำตัวมีปัญหา
นี่ไม่ใช่การลำเอียง แต่เป็นการลงโทษที่เขาต่อต้านระบบ

ขอให้รู้ไว้เถอะค่ะ ว่าอิสระ หรืออะไรก็ตาม มันก็ยังต้องมีระบบอะไรบางอย่างที่คุมอยู่

แค่ไหว้ ไม่ตายหรอกค่ะ สอนลูกหลานให้เป็นคนรู้จักทักทาย รู้จักไหว้ (ไม่ต้องถึงขั้นถลาไปเลียแข้งเลียขา ตอหลดตอแหล) เป็นคนรู้จักมารยาทไทย มารยาทสังคม ใครเห็นใครก็รัก ใครเห็นใครก็ชื่นชม

อ่ะ ขอมาสอนวิธีการทักทายที่ถูกต้อง
ทราบจากท่าน ผอ.เขต 2 (สมุทรปราการ) ขออภัยหนูรีบ ต้องเขียนอีกหลายเรื่อง และอีกครึ่งชม.ต้องกินข้าว ขอไม่โพสต์ชื่อนะคะ เพราะกลัวใส่ผิด (วันก่อนไปคุมสอบโอเน็ตก็เจอท่าน)
ท่านสอนนักเรียนว่า การทักทายที่ถูกคือ
พอเจอก็ยกมือไหว้ไปเลย
ไหว้เสร็จ ค่อยทักว่า สวัสดีครับ หรือ สวัสดีคะ
อย่าไหว้ไปพูดไป และถ้าไม่รู้ว่าคนที่ไหว้เป็นใครก็พูดแค่นี้พอ
และให้เด็ก ๆ สังเกต ถ้าเป็นคนที่มากับ ผอ.โรงเรียน (ณ วันนั้นคือโรงเรียนชุมชนวัดบ้านระกาศ) ท่านบอกว่าขอให้ไหว้ไปเลย ถึงไม่รู้ว่าเป็นใคร ก็ไหว้ได้เลย ถือว่าเป็นแขกของ ผอ.
อะไรทำนองนี้ คือท่านสรุปว่า การทักทายการไหว้การสวัสดีเป็นสิ่งที่ดี ที่ควรจะทำได้เองเลย ไม่้ต้องรอพูดยาน ๆ พร้อมกันหรอก เสียเวลา ใครเห็นก็ ยกมือไหว้แล้วเอ่ยสวัสดีครับ หรือสวัสดีค่ะ ไปได้เลยทันที

อยากให้มีลำดับที่ 7) ไหน ๆ มาตรงนี้แล้ว ขอเล่าที่ไปคุมสอบโอเน็ต
ประการแรกที่ขอเตือน และอยากให้ฝึกลูกหลาน ลูกศิษย์ เอาไว้ คือ "โปรดจงช่วยฝึกวิธีการฝนดินสอ 2Bให้เด็กไว้เลย"
- ฝนด้วยดินสอ 2B (สองบี) เท่านั้น (อ่อนกว่้านั้น ไม่ตรวจ / เข้มกว่านั้น สกปรกมาก ไม่ต้องเวอร์) ดูยี่ห้อด้วยแนะนำไปแล้ว *การทำงานของกระดาษและเครื่องตรวจ คือ มันจะฉายแสง หรือไง เราไม่รู้ (ก๊าก) แต่ที่แน่ ๆ คือ มันจะดูการสะท้อนของใส้ดินสอ ไม่เชื่อลองฝน 2B ลงกระดาษ (ฝนเยอะ ๆ แบบฝนข้อสอบ ให้เต็มหน้าเลยก็ได้ เหมือนการระบายสีด้วยดินสอ 2B) แล้วเอาไฟฉายส่องส่าย ๆ ดูดิ จะเห็นว่าตอนแสงส่องไปโดนดินสอที่ระบายไว้ มันจะสะท้อนวาว ๆ ซึ่งถ้าใส้ความเข้มต่ำกว่า 2B (B หรือ HB หรือ 2H หรืออะไรก็ว่าไป) มันจะไม่วาว มันจะสีจางกว่า และถ้าใส้เข้มกว่า 2B (3B 4B หรืออะไรก็ว่าไป) มันก็ใช้การได้ แต่นั่นแปลว่าแกห้ามฝนผิดข้อเชียว ไม่งั้น ลบตาย! เพราะมันจะทิ้งคราบความสกปรกโสโครก
***ดินสอที่มีความเข้มต่ำ ๆ จะไว้ใช้ร่างภาพ และปกติ เรามักเห็นเขาใช้ HB ให้เด็กอนุบาลเขียนหนังสือ และใช้ 2B ทำข้อสอบ (แต่เราใช้เขียนหนังสือ) และเราไม่เคยเห็น B หรือเคยเห็นก็จำไม่ได้ และเคยใช้ 4B เพราะซื้อผิด ดำมาก ลบแทบตาย ดินสอสีเข้ม ๆ ไว้ใช้แรเงา อธิบายยืดยาว เพื่อจะบอกว่า ใช้แต่ 2B ฝนข้อสอบนะ
- ฝนให้เต็มวง และไม่ออกนอกวง
- เทคนิคที่เราทำแต่เล็กแต่น้อย จนถึงเรียนจบมา ทำแบบนี้ตลอดคือ เราจะกะเวลา แล้วทำไป เลือกข้อให้ ใช้ขีดเหมือนทำเส้นผ่านศูนย์กลางในวง ทำครบแล้ว ตรวจคำตอบอีกครั้ง ถ้าผิดก็ลบง่าย เพราะขีดไว้ที่กระดาษคำตอบขีดเดียว (ไม่ได้ฝน ไม่เลอะเทอะ) แล้วดู ต้องเหลือเวลามากกว่า ครึ่งชม. เป็นอย่างมาก สิบนาทีเป็นอย่างน้อย คือนั่งฝนตามข้อที่ขีดไว้ ให้ครบทั้งหมด กระดาษคำตอบของเราจึงไม่มีการลบที่เละเทะเลยแม้แต่น้อย 555 ไม่สงวนลิขสิทธิ์ แต่ต้องมั่นใจว่าฝนทัน เราจะมองนาฬิกาตลอด นาฬิกาห้ามตาย มีอยู่ปี ฝนแทบบ้า (ตอนนั้นอยู่ ม.ปลาย มัวแต่คำนวณอยู่ พออาจารย์เตือนว่าอีกสิบนาทีหมดเวลา นั่งฝนแทบเป็นบ้าไปเลย ก๊าก...)

ประการที่สอง ขอให้สอนให้เด็กระวังท่าทางในการนั่งฝน กระดาษคำตอบเป็นสิ่งที่ต้องเรียบเหมือนแต่แรก (ห้ามพับ ห้ามงอ ห้ามยับ ห้ามโสโครก)
- ถ้าโต๊ะเป็นหลุมเป็นรู มีพื้นผิดขรุขระ ควรหาพื้นเรียบ ๆ เช่นสมุด หนังสือ มาให้รอง และย้ำเด็กว่า วางให้ตรงกลาง อยากเหลื่อม (ที่เราเห็นมานะ เด็กมันฝนตรงสมุดก็จริง แต่ขอบริม ๆ ตกนอกสมุด กระดาษคำตอบเป็นรอยหักงอเยอะมาก ต้องระวัง ทางที่ดี ทำโต๊ะให้เรียบดีกว่า และย้ำมันว่า อยากเอากระดาษคำตอบไปเกยบนข้อสอบ เพราะมันจะมีรอยหักที่กระดาษเหมือนกัน)
- อย่าลบสกปรก (วิธีป้องกันบอกไปแล้วตะกี้ 555)
ห้ามพับห้ามงอ เขามีกระดาษสำรองให้ก็จริง แต่ว่าสมควรต้องใช้เหรอ ใครทำผิด คิดตังค์เลยดีไหม ก๊าก...

เราไปคุมสอบมา ก็มีหลัก ๆ ที่อยากเตือนเท่านี้
แต่โรงเรียนที่เราคุม เด็กฮา ฮามาก
มันไม่อ่านเลย มันฝนมั่ว
ข้อสอบยาก ย้ำเลย ข้อสอบยุคนี้ยาก กามั่วไม่ได้คะแนน
ข้อนึงมีฝนสามวง ต้องสัมพันธ์กัน ต้องถูกทั้งสามวง ถึงจะได้คะแนน
แบบยากจริง ๆ มีแบบตัวเลือกสิบตัวเลือก ให้เลือกใส่ตามข้อต่าง ๆ ด้วยก็มี
มีแบบข้อนึงมีสองข้อย่อย ต้องถูกทั้งสองข้อย่อยถึงจะได้คะแนน
หรือข้อนึงมีตัวเลือก 6 ตัวเลือก แต่มี 2 ตัวเลือกที่ถูก ต้องฝนสองตัวเลือกและต้องถูกทั้งคู่ถึงจะได้คะแนน
เราไม่ได้อ่านข้อสอบหรอกนะ เพราะต้องจ้องจับผิดเด็กอยู่ แต่พอดีต้องเป็นคนประกาศเตือนเด็กว่าอย่ามั่ว (เพื่อนครูที่ไปคุมด้วยกันให้ประกาศเตือน) เพราะไม่ได้ฝนตัวเลือกเดียวเสมอไปนะ ก็เลยรู้ว่าข้อสอบมันมีอะไรแบบนี้ด้วย ดังนั้นต่อไปนี้ แค่ฝนมั่ว ๆ ก็ไม่มีทางถูก 25 % เหมือนในยุคเราแล้วนะ (สมัยก่อนคือ ถ้าฝน 1 หมด ในร้อยข้อ อาจได้ตั้ง 25 ข้อ เพราะเขาจะกระจายคำตอบให้ มีตอบ 1 อยู่ 25 ข้อ ตอบ 2 อยู่ 25 ข้อ ตอบ 3 อยู่ 25 ข้อ ตอบ 4 อยู่ 25 ข้อ แต่ปัจจุับันจะไม่ใช่แบบนั้นอีกแล้ว เด็กยุคนี้ต้องรู้ลึก รู้จริง และวิเคราะห์เป็น ซึ่งในความเป็นจริง เราว่า เด็กยังทำไม่ได้ (ส่วนใหญ่ยังทำไม่ได้))

ต้องสอนกันอีกเยอะ ต่อคราวหน้า โดนไล่ไปกินข้าวแล้ว ขอโพสต์สักรอบก่อนแล้วกัน


0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

คลังข้อมูล

บทความที่ได้รับความนิยม