วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2552

ขอบคุณทุกท่านที่เก็บฟีดที่นี่

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม

แต่นับแต่วันนี้-เมื่อไรไม่แน่ใจ
ข้าพเจ้าจะขอย้ายที่เขียนเรื่องแนว ๆ ที่เขียนที่นี่ ไปเขียนที่ http://www.pranitee.com/moodle/mod/forum/view.php?f=4&showall=1 แทน (ถ้าขี้เกียจเช็คเอง ไปตามจาก twitter ของเราก็ได้ เวลาเราเขียนเรื่องใหม่ เราจะไปใส่บอกไว้ที่ twitter หรือ นกนก ของเราแล้วกัน http://twitter.com/pranitee  กับ http://noknok.sanook.com/pranitee)
เนื่องจาก จะลองใช้มูเดิล (ที่เช่าโฮสต์เสียตังค์มาเป็นแรมปีบ้าง) ไม่ต้องห่วง ไม่เก็บตังค์ ไม่สมัครสมาชิกก็อ่านได้ ไม่มีไวรัส ไม่มีโทรจัน ไม่ติดตัวนับ ไม่วางกับดัก ไม่อะไรทั้งสิ้น ก๊าก...
แค่จะไปใช้ประโยชน์จากที่นั่นบ้างเท่านั้นเอง จะบอกว่า ไม่อยากจะเชื่อว่า ที่นี่มีคนเก็บฟีดตั้ง ๑๓ คน และเฉลี่ยคือมากกว่าห้าคน ไม่รู้ใครมาเก็บ ทั้งที่ไม่เห็นจะมีคนกดมาอ่านเลย (ตัวนับไม่นับ ก็ไม่รู้ว่าเขาเก็บไปบูชากันหรือไง กร๊าก...) แต่สถิติก็ไม่สนหรอก มันไม่ได้ตังค์อ่ะ แอดซ้งเซนต์ไร ก็ไม่เคยได้ัตังค์ แต่แค่อยากลองดูว่า ถ้าย้ายที่จะยังมีคนตามอ่านไหม และที่นี่ยังจะมีคนเก็บฟีดอยู่เหมือนเดิมไหม (ไม่บอกว่าจะกลับมาเขียนที่นี่ไหม ต้องดูหลายปัจจัย แต่ที่แน่ ๆ ก็ทำให้พบว่า ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เรามีบล็อกเกอร์ครั้งแรก แล้วไม่กี่วันก็ปิดไป เพราะไม่เขียนอะไร ไม่มีคนเข้า ถัดมาปีห้าศูนย์มั้ง เรามีบล็อกเกอร์อีก แล้วก็ปิดไป เพราะไม่มีึคนเข้า ปีห้าหนึ่งเปิดมาครั้งนี่แหละ แรก ๆ ก็ไม่มีคนเข้า แล้วพอเขียนเรื่องอะไรไม่รู้ คนก็เก็บฟีดมากขึ้น จนทะลุอันอื่น ๆ อย่างที่สอนแต่งเพลงมีคนเก็บมากสุดแค่ ๖ เอง แต่ที่นี่ถ้าจำไม่ผิดคือ ๑๓ เนี่ยแหละ ทำให้เรารู้สึกว่า รู้สึกว่าอะไรไม่รู้ งง ๆ แล้วกัน)

เอาว่าย้ายไปเขียนที่ มูเดิลของเรา
เข้าจากที่นี่ก็ได้ http://www.pranitee.com/
รอ ๑๐ วินาที มันจะเปลี่ยนไปเป็นหน้ามูเดิลของเราเอง
แล้วอ่านเลยก็เห็น อยู่มันกลางหน้านั่นแหละ (จะโชว์แค่เรื่องล่าสุด ๒ เรื่อง กันหน้ายื่นยาวเกินเหตุ) ถ้าเรื่องมีรายละเอียดเยอะ ก็กด อ่านที่เหลือทั้งหมด
ในหัวข้อนี้
ไปอ่านต่อ
อยากดูรายชื่อเรื่องทั้งหมดก็กด

เผื่อบางท่านไม่รู้จักมูเดิล
แล้วจะงง
(เพราะอีนี่เคยงงมาก่อน)



ถ้าอยากคอมเม้นต์เรื่องที่เราเขียนก็แค่สมัครสมาชิก จะใช้ชื่อใคร ชื่อจริง ชื่อปลอม ชื่อเล่น ชื่อหมา แมว ก็ตามสบาย แต่กรุณาใช้อีเมลของจีเมลเท่านั้น เพราะฮอทเมลจะไม่มีอีเมลยืนยันจากมูเดิลเราส่งไปให้ (เราไม่ทราบเหตุผลเหมือนกัน) และยาฮูเราไม่เคยเทสต์ (ขี้เกียจ) เออ ไทยเมลก็ใช้ได้นะ เคยมีคนใช้ไทยเมลสมัครมาแล้วเข้ามาได้ แต่จริง ๆ ไม่ต้องคอมเม้นต์ก็ได้ เพราะเราขี้เกียจอ่าน ก๊่าก...
สมาชิกจะสามารถอ่านบล็อกมูเดิลของเราได้ (มันอยู่ข้างใน โชว์ไม่ได้อ่ะ ต้องสมาชิกเท่านั้นที่อ่านได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เขียนอะไร กะจะเขียนเกี่ยวกับมูเดิล)

และสมาชิกจะเป็นนักเรียน เรียนคอร์สมูเดิลของเราได้ (เมื่อเราสอนอะไร) ตอนนี้เปิดวิชาเดียว ส่งเดชไปแหละ ไม่ได้สอนอะไร

เราว่าเราคงเทสต์มันทั้งชาติเนี่ยแหละมูเดิลน่ะ ก็โอเค

ก๊าก...

ตอนนี้มีบุคคลภายนอกสมัครอีเมลเรามา สองคน เราไม่รู้จัก ไม่ได้ตามด้วย แต่เข้ามาอ่านบ้างก็ได้ค่ะคุณ ไม่กัด ๆ
มีคนนอกที่เรารู้จักสมัครมาอีกสองคน มาช่วยเทสต์
มีคนนอกอีกเป็นสิบ สมัครมาป่วน ซึ่งเราแบนโดเมนเมลมันไปเรียบร้อยแล้ว และลบมันออกจากสมาชิกไปด้วย


http://lh5.ggpht.com/_UYY5b-tgVqQ/SrMiyxD--MI/AAAAAAAAAds/gs_QGpQ-sXo/s800/180952.gif

ไปเขียนแล้ว มีเรื่องอยากบอกหลายเรื่อง (แต่ขี้เกียจพิมพ์ว่ะ)

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552

ชื่อเล่นภาษาไทยหายไปไหน กับ แก้คำผิด และอื่น ๆ

มาจากรีดเด้อส ไดเจสต์ ก.ย. ๕๒
หน้า ๗๖

ขอบอก เรื่องนี้ต้องเล่ายาว
เฮ้ย ไม่ยาวแล้วกันขี้เกียจ

ลองนึกดูค่ะ คุณ เพื่อน ๆ ของคุณ คนรอบข้างคุณ มีชื่อเล่นว่าอะไรกันบ้าง เป็นภาษาไทยหรือภาษาอื่น ๆ
สำหรับบ้านเรา ชื่อเล่นพ่อเราคือ หนู (เท่ป่าว แต่ไม่มีใครกล้าเรียก มีแต่ย่ากับปู่ที่เรียกเพราะเป็นคนตั้งชื่อ คนส่วนใหญ่เขาเรียกพ่อเราว่า พี่มน เฮียมน อาจารย์มนตรี ฯลฯ)
แม่เราชื่อดาว อันนี้ใคร ๆ ก็เรียก
พี่เราชื่อเอ 
เราชื่อแอม

ดูจากชื่อแล้ว คนที่ชื่อมีปัญหามากที่สุดในกรณีนี้คือ เรา เพราะว่า ชื่อเล่นเป็นภาษาอังกฤษ (หนู ก็ชัดแล้ว ว่าคือคำแปลของคำว่า mouse ในภาษาไทย ดาวก็คือ star ในภาษาไทย, เอ ก็สระเอไง ก๊าก... แต่บักแอม เฮ้อ ทั้ง am ทั้ง ampere)
เฮ้ย เพิ่งเช็คตะกี้ จากนี่ http://guru.sanook.com/dictionary/
แอม







แอม
ความหมาย

ก. กระแอม.
จาก http://guru.sanook.com/search/knowledge_search.php?qID=&wi=&hnl=&ob=&asc=&q=%E1%CD%C1&select=2

อ้อ นี่ชื่อเล่นของอิฉัน แปลว่า กระแอม ซึ่งแปลว่า ก. ทำเสียงในคอคล้ายไอ เพื่อให้โปร่งคอหรือให้เสียงหายเครือ,
และใช้เข้าคู่กับคำ -กระไอ. น. ลายที่ผูกเป็นตัวลอยๆ
ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม ขนมเปียกปูนคล้ายลายกระหนกหางโต
ใช้สำหรับปิดหรืออุดช่องไฟระหว่างลายกระหนกเครือวัลย์ เรียกว่า ลูกกระแอม,
ตัวที่บอกให้รู้ว่าได้ทำอะไรแปลกไปจากการประดิษฐ์
แสดงเป็นตัวลูกไม้เพิ่มขึ้น เรียกว่า ตัวกระแอม.
http://guru.sanook.com/search/knowledge_search.php?qID=&wi=&hnl=&ob=&asc=&q=%A1%C3%D0%E1%CD%C1&select=2

เออ ตลกดีว่ะ
นึกว่าต้องหาชื่อเล่นใหม่ (อีนี่เวอร์)

เพิ่งรู้จริง ๆ นะเนี่ย

ต่อก่อนดีกว่า
เด็ก ๆ คุณเป็นกันป่าวคะ ค่านิยมว่าต้องชื่อเล่นหลายพยางค์ ฟังแล้วน่ารัก เป็นภาษาต่างประเทศยิ่งเท่
เด็ก ๆ เราเป็นค่ะ เราจำได้ (จริง ๆ เคยเล่าในบล็อกแล้วอ่ะ แต่หาไม่เจอว่าเอนทรี่ไหน บล็อกไหน)
เกิดมาก็ชื่อแอมเนี่ยแหละ พี่สาวก็ชื่อเอ
เรียกกันสองพี่น้อง ตอนแบเบาะ ผู้ใหญ่เขาบอกว่าเราพูดไม่ชัด เราเรียกเอว่า เย ตลอด
แล้วเรียกตัวเองว่าแยม (โต๊ะบัญชีในบ้าน ยังมีเขียนที่ลิ้นชักเลยว่า ของแยม - ไม่รู้โต๊ะมันเป็นของเราตั้งแต่เมื่อไร)
แล้วพอโตขึ้นหน่อย เห็นเพื่อนอนุบาลชื่อ ชื่ออะไรบ้างก็จำไม่ได้
ก็ถามแม่ว่า ชื่อหนูมันสั้นแค่นี้เองเหรอ เอายาว ๆ กว่านี้ไม่ได้เหรอ
แม่ก็บอกว่า "ที่จริง หนูชื่อว่า แอมแปร์ พี่เอชื่อว่า เอเคอร์ เป็นหน่วยวัด ป๋าตั้งให้ แต่มันยาว แม่กับป๋าก็เลยเรียกว่าแอมกับเอ (จริงเท็จไม่ทราบ เพราะแม่ชอบด้นสด ก๊าก...)
แต่ที่ชัวร์ๆคือแม่ตั้งชื่อเอ เพราะว่าเอเลือดกรุ๊ปเอ เราก็ถามว่าทำไมไม่ตั้งชื่อเราว่าแอ๊บ (AB) แม่บอกว่า มันฟังแล้วเหมือนจะแอ๊บนอมอล หมายถึง ดูเป็นคนไม่ปกติ (เออ จริง ๆ เราก็เหมาะจะชื่อแอ๊บมากกว่าแอมนะ ว่าป่ะ) เราเลยถามต่อว่าทำไมไม่ชื่อบี หรือชื่ออื่น ๆ แม่บอกว่าอยากให้คล้องจองกับเอ ก็เลยให้ชื่อแอม แ้ล้วแม่ก็ชอบแอม สาวสาวสาวด้วย (แอม เสาวลักษณ์ ลีละบุตร) ก็เลยได้ออกมางี้
ส่วนชื่อจริง ป๋าตั้ง เอมีชื่อในสตอกจำนวนแสนเจ็ด=เยอะมาก ส่วนเรามีชื่อเดียว!!! เป็นภาษาไทย อันนี้ไม่เกี่ยว แต่ก็อยากเล่าว่ะ อ๋อ เรานึกออกแล้ว เราเขียนไว้ที่นี่ ชื่อเรานะ มีชื่อเดียวนะ อ่านตรงตัวเป๊ะ แต่ตั้งแต่เกิด มันจะอะไรกันนักกันหนา คนอื่นเขาชอบเรียกเราผิดว่า ปะ นิ ถี, ปะ นิ ทิ, ปะ ระ นิ ที, ประ นิ ทิ, ประ ทิ นี อันสุดท้ายเจอบ่อย ไม่รู้มันอ่านยังไงของมัน??? เราต้องบอกตลอดว่า ประ-นิ-ที จนบางคนก็หาว่าเราดุ ไม่ได้ดุ เสียงคำมันเป็นงั้นเอง ซึ่งชื่อจริงมันก็ทำให้เรามีชื่อเล่นแปลก ๆ มากมาย
เช่น พี่ประ (อันนี้เพื่อนเราชื่อน้ำผึ้ง เรียกเราตอน ป.๑ ทั้งที่เราเด็กกว่าน้ำผึ้ง ไม่รู้ทำไมเรียกพี่ประ ไม่เข้าใจ!!!)
ณิ หรือ นิ เนี่ย มีคนเรียกเหมือนกัน แต่เป็นช่วงมหาวิทยาลัย เกือบทั้งหมดคือเพื่อนของพี่ที่ชื่อประณิธี อายุสามสิบกว่าแล้ว เขาทักเราเพราะเราใช้เมลเดียวกับที่พี่ณิเคยใช้ (ฮอทเมล พอเกินสามเดือนมันตัด คนใหม่สามารถมาเอาชื่อไปได้ ซึ่งเราก็ไปเอาชื่อนั้นมา โดยที่ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเคยใช้ ไม่รู้จักกัน เราชื่อนี้เราก็สมัครชื่อนี้ เรียกว่าบังเอิญ ซึ่งเพื่อนพี่ณิหลายคน ก็กลายมาเป็นเพื่อนเราแบบงง ๆ แต่เราไม่รู้จักพี่ณิเป็นการส่วนตัวไม่เคยคุย ไม่เคยเห็น เจอแล้วเคยเขียนไว้ที่นี่)
ส่วน ธี น่ะ มี แต่เป็นแชมมี่ (เพื่อนสนิท) ไปเรียกว่า ธีธี่ ซึ่งทุกวันนี้ เวลาเราโทรหาเพื่อนมัธยม เราต้องบอกมันว่า "นี่ธีธี่นะเว้ย" เพราะบอกว่าแอม หรือประณิธี หลายครั้งมันจำไม่ได้
ซึ่งเห็นไหมว่าชื่อแบบฝรั่งมีอิทธิพลมาก ๆ เพื่อนเราชื่อมด ก็เป็นแชมมี่ ชื่อเมธ์ก็เป็นเมวี่ โจ้ก็เป็นโจอี้ มันมีอี้ ๆ อะไรตามตลอด แบบพวก แนนซี่ เอมี่ แน็ตตี้ ก็เพราะฝรั่ง (และแชมมี่ เพราะมันเป็นคนตั้ง)
เออ เคยมีคนเรียก ณิธี เหมือนกัน แต่หลัง ๆ กลายเป็นนิเชา เลยเลิกให้เรียก
เรากะว่า ถ้าชื่อแอมไม่มีความหมายเป็นภาษาไทย เราจะให้คนเรียกเราว่า ธี แทน (เพราะเราชอบ ธีร์ วณิชนันทธาดา ที่คู่กับฝ้าย ณิชานันท์ ฝั้นแ้ก้ว ในรอยรักรอยบาปมาก ๆ ชอบคู่นี้ น่าร๊าก น่าร๊าก ชอบละครอ่ะ แรงดี มีสาระด้วย) ก๊าก... ว่าไปนั่น

เอาเหอะ ยังไงก็ หันกลับมาตั้งชื่อไทย กันเถอะนะคะ ชื่อฝรั่งมันก็ไม่ได้ทำให้คุณพูดภาษาอังกฤษเก่งขึ้น หรือหน้าเป็นฝรั่งขึ้นหรอกค่ะ เป็นคนไทย ก็ต้องชื่อไทย
ชื่อไทยเพราะ ๆ ก็เยอะแยะ น่ารัก ๆ เช่น ส้มจุก, เอิงเงย, อะไรก็ว่าไป เป็นคนไทย ก็ต้องชื่อไทย ((สร้อย)   รักเมืองไทย  ชูชาติไทย     ทำนุบำรุงให้รุ่งเรือง  สมเป็นเมืองของไทย          เราชาวไทยเกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย     ไม่เคยอ่อนน้อมเราไม่ยอมแพ้ใคร ... )
และสุดท้ายนี้อิชั้น ชื่อ กระแอม เจ้าค่ะ ก๊าก... เรียกแอมอ่ะดีแล้ว (แค๊ก ๆ แอะ ๆ)

................................


อีกเรื่องคือ เรื่องปฏิบัติการแก้คำผิด หน้า ๑๓๓-๑๓๗
เขามีอะไรแบบนี้ด้วยแฮะ เจ๋ง ๆ
อยากให้เมืองไทยมีบ้างจัง
(ทำไม่ยาก ไม่อยากผิด ก็ตรวจทานก็ก็เท่านั้น มันไม่เสียเวลากว่ากันเท่าไรหรอก ลองทำดูแล้วจะรู้)

เราบอกตรง ๆ เราไม่ชอบเวลาคนเขียนผิด ภาษาใดก็ตาม
ยิ่งตั้งใจเขียนผิดนี่ ช่างมันเหอะ ไม่อยากยุ่ง อยากบอกว่า คนที่ชอบทำผิด ชีวิตก็จะทำผิดทำผิดทำผิด เพราะว่าชินแต่การทำผิด
อยากให้ชีวิตถูก ก็ต้องทำให้ถูก ทำแต่สิ่งที่ถูกที่ควร

ไปดีกว่าเมื่อย

................................................
ล่าสุดเราอ่านหนังสือเล่มหนึ่งดีมาก ไว้อ่านจบจะมารีวิว (อาจรีวิวที่อื่น แต่เดี๋ยวต่อไปถ้าเขียนบล็อกไหน จะไป link ให้ที่ twitter ด้วย)

ขอเกริ่นไว้ก่อนว่า ธรรมะไม่ได้มีไว้สำหรับคนแก่ คนเจ็บ คนทุกข์ คนใกล้ตาย เท่านั้น แต่ธรรมะเหมาะสำหรับทุกคน อยากให้ทุกคนมีธรรมะ
"ศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะวินาศ" - คำขวัญ ของท่านพุทธทาส

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2552

จำไว้ ภาคที่เท่าไรไม่รู้ อยากให้รู้ แล้ว จำไว้

เรียนรู้มาสักพัก แต่เพิ่งพิมพ์

๑. ถ้าจะซีรอกอะไร ให้ใช้เอกสารต้นฉบับสีดำเท่านั้น ทั้งหมด (ไม่งั้นจะซีรอกไม่ติด)
อันนี้เรียนรู้มาจากการทำชีตของเอซัง เขาต้องไปเปลี่ยนต้นฉบับหลายรอบ เปลี่ยนสีกราฟ สีข้อความ ทุกอย่างต้องดำ ปรินท์ดำ (ถ้าสีแต่ปรินท์ดำ ก็ยังจาง) ต้องดำตั้งแต่ในไฟล์ เครื่องปรินทร์ ไปซีถึงจะติดชัดเจนทั้งหมด จงจำไว้

ถ้าอยากให้มีแบบสี นั่นแปลว่า คุณต้องทำไฟล์ทั้งสองแบบ (ทำไปเหอะ ดีกว่าต้องมาเสียเวลาแก้ไขทีหลัง)

แถมอีกเกี่ยวเนื่องกัน
---เวลาเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง (ป๋าบอกมา) จงใช้หมึกดำเซ็นเท่านั้น และหมึกดำหัวโต ๆ
เซ็นให้ครบว่าใช้งานอะไร เขียนไปทับหน้า ทับชื่อนามสกุลยิ่งดี
และเขียนด้วยว่าเป็นการใช้ในช่วงเวลาไหน วันที่เท่านี้ถึงเท่านี้
เพื่อป้องกันการลบแล้วนำไปแอบอ้าง

สีดำนี่ดีจริง ๆ

.................
เรียนรู้มาหลายครั้งแล้ว แต่เพิ่งประจักษ์กับตนเองว่ามันไม่น่าเล๊ย....

๒. เวลาขอเลขบัญชีจะไปโอนตังค์ให้
ถ้าไม่อยากเสียเวลาโทรไปถามให้วุ่นวายอีก
มีกี่บัญชี ขอมันมาให้หมด (คนบอกก็ บอกมันไปให้หมด)

เดิมเราทำงานให้เพื่อนเรา สามสี่ครั้ง
มันโอนตังค์ให้เรา เดิมก็โอนได้ แต่จู่ ๆ มันโอนไม่ได้ มันก็โทรมาด่าเรา (เราก็บ่น ๆ ๆ ว่า "ห่าเอ๊ย กูเป็นตู้เอทีเอ็มที่ไหนล่ะวะ มาด่ากูทำซากอะไร โอนไม่ได้ก็เพราะมึงอ่ะซวยเองรึป่าว คนอื่นเขาก็โอนกันได้โครม ๆ ๆ ๆ มึงก็เคยโอนได้หนิ" - นี่คือเราคิดในใจทั้งหมด ไม่ได้ด่ามันกลับไป เพราะ กลัวมันเปลี่ยนใจไม่จ่ายตังค์ ก๊าก... เดี๋ยวไม่ได้ตังค์)
มันต้องโทรมาถามเลขบัญชีอื่น ๆ จากเรา ยังไม่พอ มันบอกว่าขอเลขบัญชีตรงธนาคารของมันด้วย มันจะได้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม (fee = 25B.)
เราต้องไปขอเลขบัญชีของป๋าเรามาให้มันโอน เพราะเราไม่มีบัญชีธนาคารที่มันมี (มันจะได้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม)
อืม เราน่าจะเรียนรู้ได้ตั้งแต่ตอนนั้นนะ
แต่เราก็ยังเฉย ๆ ล่าสุด ตะกี้เอง เราไปโอนตังค์ให้เพื่อน ฝากมันไปทำบุญ (พ่อเพื่อนอีกคน ท่านเพิ่งเสีย)
๑) เราเรียนรู้ว่า เออ เราควรจะขอเลขบัญชีทุกบัญชีของมันมาเลยทีเดียว เพราะเราไปกดโอนแล้ว แต่โอนไม่ได้ เครื่องบอกว่าเลขปลายทางไม่ถูกต้อง ทั้งสองตู้ (ซึ่งเป็นตู้ที่ไม่ตรงกับบัตรเราและบัตรมัน) จะได้ไม่ต้องเสียเวลาและค่าโทรศัพท์โทรไปหามัน และเปลืองค่าโทรศัพท์ให้มันโทรกลับมาหาเรา และค่าเอสเอ็มเอส ที่ต้องส่งเลขมาให้เรา (เพราะเราไม่มีปากกา เราไม่ชอบกดลงโทรศัพท์ เพราะถ้าเกิดกดไปกดมาหาย เราต้องโทรไปถามมันใหม่อยู่ดี)
๒) เราเรียนรู้ว่า ถ้าเราสะดวกใช้ตู้ไหน เราควรไปเปิดบัญชีของตู้นั้น ถ้าเราเปิดของธนาคารที่มีตู้อยู่ปากซอย วันนี้เราคงไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม (ใช่ป่ะ) ฮือ... ๒๕บาทก็เงินนะเฟ้ย กินข้าวได้ตั้งจานนึง เดี๋ยวจะไปเปิดแล้ว
๓) อย่าลืมพกกระดาษและปากกาไปทุกหนทุกแห่ง ไม่เว้นแม้ปากซอยหมู่บ้าน
๔) นำเลขบัญชีติดตัวไว้บ้างเพื่อความสะดวก (เราจำเลขบัญชีเราได้อันนึง แต่ก็เริ่มเลอะเลือนไปบ้าง ไม่ได้ทำธุรกรรมนาน ก๊าก... แต่จดไว้ว่ะ ติดตัวเลย อำนวยความสะดวกให้คนที่จะโอนตังค์ให้เรา ก๊าก...)

เอาเหอะ เรียนรู้ก็ดีแล้ว และได้ฝากเงินไปทำบุญด้วย ก็โอเคแล้ว

....................

เรียนรู้ตะกี้เลย หลังกลับเข้าบ้านมา

๓. อย่าลืมเอาดัมเบลกั้นประตู (อย่าลืมล็อกกลอนประตู) ไม่ว่าจะคิดว่าเข้ามาหรือออกไปแค่สามวิ สองวิ หนึ่งวินาทีก็ตาม (ห่างประตูแป๊บเดียวเอง) อย่าคิดงั้น โปรดจงลงกลอนซะ ไม่งั้นจะซวยแบบนี้
เรารีบมาส่งเมลให้เพื่อน (เราส่งหลักฐานการโอนให้มัน - แบบเป็นคนทำอะไรต้องมีหลักฐาน ก๊าก...) แป๊บเดียวเท่านั้น ได้ยินเสียงกรี๊ด ๆ ของเอซังที่อยู่นอกบ้าน (แม่อยู่ในครัวไม่รู้เรื่อง)
แมวที่ปัจจุบันอยู่ประจำในบ้านเรา มีเก้าตัว มาเดินแฟชั่นโชวในบ้านเราสักครึ่งนึง มันไปห้องป๋า บางส่วนดมหนังสือของใช้ฟูก เสื้อผ้า (ของกรู ฮือ...) บ้างเดินมากินข้าว (แม่วางสำรับข้าวไว้ แม่เราเขาชอบกินข้าวหลังคนอื่น ๆ) หมดค่ะ หมดเกลี้ยง เทให้แมวกิน และเราก็โดนด่าชิบหาย แน่นอน จำจนตาย บ้านเน่า เกลียดตัวเองจริง ๆ แป๊บเดียวจริง ๆ ไม่ถึงนาที แต่มูลค่าความซวยมหาศาล

อย่าลืมล็อกกลอน เพราะคุณอาจซวยกว่าเรา หากที่เข้าบ้านคุณนั้นไม่ใช่แมว แต่เป็นโจร!

เฮ้อ กูละหน่าย

ไปแล้ว ถือว่าได้มาบันทึกสักที หลังจากทีก็เรียนรู้มาบ้าง แต่ดันความจำสั้น ขี้ลืม ต่อไปไม่ลืมแล้ว เซ็ง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
แต่ถ้าบทเรียนของเรา ทำให้คุณระวังมากขึ้น ก็โอเคว่ะ ไม่ซีเรียส
โชคดีค่ะทุกท่าน   

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

คลังข้อมูล

บทความที่ได้รับความนิยม