วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2552
ก่อนทำอะไรก็ตาม ขอให้นึกถึงเรื่องการจ่ายภาษี
เราบอกป๋าว่า ถ้าเราขอจ่ายมาก ๆ ไปเลย (หักไปเยอะ ๆ เลย) แล้วไม่คิด ไม่ขอคืน จะเป็นไรไหม
ป๋าก็ด่าว่า "อะไรจะขี้เกียจขนาดนั้น คนอื่นเขาทำได้ ทำไมแค่นี้ทำไม่ได้"
เราว่าจริง ๆ ที่เราเกิดปัญหานี้ เพราะเราไม่มีความรู้มากกว่า ว่ามันคิดคำนวณยังไง?
การประชาสัมพันธ์ดีพอหรือยัง
ที่แน่ ๆ เราไม่เคยอยากหลบเลี่ยงภาษีแน่นอน
ล่าสุดเราไปตอบคำถามนี้มา มีกฎหมายใดบ้าง ที่ชาวบ้านควรทราบ ?
...............
ตัดมาเฉพาะตรงที่ อยากย้ำ
เกิดความคิดว่า
ต่อไป ก่อนจะทำอาชีพใด ๆ ก็ตาม (ทุกอาชีพ)
รัฐ
(หรือใครก็ตาม ที่มีหน้าที่ออกกฎหมายเกี่ยวกับภาษี)
(ต้อง)ควรให้การอบรมหรือให้ความรู้
(ฟรี)
เกี่ยวกับภาษี ที่คนในอาชีพนั้นต้องรับผิดชอบ
ดีไหม
จะได้ชัดเจนกันไปเลย
*มีปัญญามาเก็บย้อนหลัง
แต่ไม่มีปัญญาประชาสัมพันธ์ให้คนรู้ อย่างนี้ใครน่าจะผิดกันแน่ บอกตรง ๆ
ว่าเห็นใจคนที่ไม่รู้กฎหมายเกี่ยวกับภาษีนะคะ
เพราะว่าบางทีโดนแบบไม่ทันตั้งตัว จนจะสิ้นเนื้อประดาตัวได้เลย
และ
ต่อไป อยากให้ห้างร้านที่แจกรางวัล ประกาศเลยว่า รางวัลมูลค่าเท่านี้
ตย.นะคะ สมมติบอกว่าได้เงินสด หนึ่งล้านบาท ก็ช่วยต่อท้ายให้ด้วยว่า
(มูลค่ารางวัลคือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่เมื่อท่านถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ๓% แล้ว
จะได้รับแค่ ๙๗๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น) อะไรทำนองนี้ คนจะได้รู้
จะได้เข้าใจว่าได้จริง ๆ ไม่ถึงที่เขียนไว้
เวลาออกกฎหมาย อะไรก็ตาม ต้องพยายามประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึง เอาเข้าไปในบทละคร
โฆษณา หนังสือพิมพ์ ฯลฯ โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน
เพราะเรายังเชื่อว่า คนส่วนใหญ่ ไม่มีใครอยากทำผิดกฎหมาย
แต่หลายครั้งมันลืมนึกถึงจริง ๆ ค่ะ เช่น บางคนไม่รู้จริง ๆ
เพราะไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่ได้ทำงานที่ต้องไปเกี่ยวข้องกับกฎหมาย
.............
... อย่าคิดว่าคนอื่นจะมีความคิดชั่วร้ายเหมือน ... ไปซะหมด (ที่คอยแต่จะหลบเลี่ยงภาษี)
เพราะคนที่ไม่รู้ เขาก็ไม่รู้จริง ๆ
แน่ใจไหม ว่าพยายามประชาสัมพันธ์ดีแล้ว
ก็รู้ ว่า จะไปอ้างว่า "ไม่รู้กฎหมาย" ไม่ได้
แต่เวลาสร้างกฎหมาย มีสักกี่คน ที่ได้อยู่ตรงนั้น
ขอแนะนำว่า จงพยายามเอากฎหมายสำคัญ ๆ ไปลงเผยแพร่ตามสื่อเช่นทีวีช่อง ๓ ๕ ๗ ๙ ๑๑ ทีวีไทย (ช่องฟรีที่ชาวบ้านเกือบทั้งหมดสามารถเข้าถึงได้) แล้วปัญหามันจะลดลงได้เยอะ
เพราะเราเชื่อว่า มีคนจำนวนมาก ที่ยังไม่รู้กฎหมายจริง ๆ (แต่ก็หมดสิทธิ์บอกว่าไม่รู้) แต่อย่างน้อย ๆ คือคนส่วนใหญ่จะดูทีวี
อยากลดปัญหา ก็ต้องช่วย ๆ กันค่ะ มันไม่ใช่หน้าที่ใครคนใดคนหนึ่ง
คนจ่ายก็ต้องจ่าย คนเก็บก็ต้องบอกต้องเตือนอย่างชัดเจน ไม่ใช่จู่ ๆ ก็มาเก็บ คนเขาไม่ได้เลวเหมือนกันทุกคนนะคะ
ถามตัวเองก่อนว่าพยายามบอกมากพอแล้วหรือยัง?
ก่อนทำอะไรก็ตาม จงรู้กฎหมายก่อน และจงปฏิบัติตามกฎหมายด้วย เพราะโลกนี้ (เล็ก ๆ คือ ประเทศนี้) ไม่ได้มีคุณอยู่แค่คนเดียว
วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2552
เครซี่!!!
แง้ ตัวหนังสือ เครซี่อะเบาท์ หายไป เขียนเองก็ได้
เ ค ร ซี่ อ ะ เ บ า ท์
มีเวลาเขียน น้อยกว่า ๒๔ นาที
นี่คือต่างหูพลาสติก ที่ซื้อมาแบบ สามคู่ยี่สิบ ขอบอกอย่าซื้อ ถ้าไม่อยากนึกเสียดาย เพราะว่า พลาสติกมันดูดหู
ทำให้หูบวม ใส่ไม่ได้ โละทั้งหมด เอาไปปักโฟมเล่น กะไว้ตกแต่งอะไรก็ว่าไป (ดีที่ซื้อมาไม่เยอะ)
อยากเห็นรูปชัด ๆ ต้องเซฟรูปไปค่ะ ไม่รู้จะเซตยังไงเหมือนกัน งง ๆ (๓๐/๘/๕๒)
นี่คือระย้าบ้าบ้าบอบอ ยกให้แชมมี่ทั้งหมด เจอกันเมื่อไร ก็ให้เมื่อนั้น เห็นมันบ่นอยากได้ต่างหูยาว ๆ บางคู่เราไม่เคยใส่ กระแดะซื้อมางั้น ๆ
นี่ต่างหูหนีบ ทั้งหมดที่มี ซื้อมาก่อนเจาะหู ใส่ไม่สบายหรอก แต่ความอยากมันบีบบังคับ (ต้องตัดความอยากให้ได้)
ดูกลไกการหนีบ
นี่ต่างหูที่เราทำเอง ไปดูได้ที่ไฮ๕ เสียใจไม่รับแอดเพิ่มใหม่ เพราะขี้เกียจ (จะบอกทำไม)
นี่คือที่ยังเก็บไว้ เพราะว่าซื้อมาแพงบ้าง ชอบบ้าง ใส่แล้วน่ารัก (แฮมเบอร์เกอร์น่ารัก) คู่ที่แพงที่สุดคือมาพร้อมสร้อยสองร้อยห้าสิบ กะว่าชาตินี้จะไม่ซื้ออะไรพวกนี้อีก (รอคนซื้อให้ ก๊าก...)
ทั้งหมดนี้คือที่คนซื้อให้ คู่แรกที่เห็นคือซื้อเองว่ะ คือคู่ที่เป็นเหมือนตะปูยิงหู (คู่ที่เจาะ) ถัดมาคือป๋า ถัดมาคือแม่ และเอซัง
ข้างล่างสุดคือขโมยแม่มา (ป๋าซื้อให้ แม่ได้รางวัล แม่ซื้อ แม่ซื้อ และแม่ซื้อ) ก๊าก...
ชอบเลยเก็บไว้ (หมายถึงห่วง ๆ)
ข้างในกล่องตะกี้ เราเอาไว้ปักแทนเข็มกลัด (งกจริง ๆ แต่ใช้แทนกันได้)
ต้องหัดประยุกต์ค่ะ
ของที่วันหนึ่งเราเคยบ้ามันมาก (มีอีก แต่พังไปบ้างแล้ว เราเลยเขวี้ยงทิ้ง ไม่เอามาถ่ายด้วย)
วันนี้เราเฉย ๆ อ่ะค่ะ เราใส่ต่างหูคู่เดียว แทบไม่เปลี่ยนเลย ขี้เกียจ
บอกตรง ๆ ถ้าย้อนเวลาได้ จะไม่ซื้อให้มากเท่าที่ แต่ย้อนไม่ได้ ก็ไม่ย้อนหรอก อย่างน้อยมันก็ทำให้เรารู้ว่า
อะไรที่มันฟุ้มเฟือย สักวันมันจะน่าเบื่อ ดังนั้น จับจ่ายแต่สิ่งที่จำเป็นดีที่สุดค่ะ
ส่วนสิ่งที่มันฟุ้มเฟือย ที่มีอยู่แล้ว อย่าทิ้งค่ะ ใครขายได้ก็ดีไป ขายไม่ได้ เอามาประยุกต์ใช้นะคะ
อันนี้เจอมาจากในห้องแม่รก ๆ มาก ๆ นานแล้ว เป็นโบไว้แปะกล่องขนมปีใหม่ (ปีใหม่ไหนไม่รู้ แต่นานแล้ว โบเบี้ยวบูด
เสื่อมราคาไปหมดแล้ว แต่สีมันก็ยังสวย ก็ต้องลองจัดวางให้ดี ๆ ว่าจะเอาไปประดับบอร์ด ถ้ามีใครให้ทำบอร์ดอ่ะนะ)
ต้องคิดค่ะ ทางออกบางทีก็ไม่ใช่การทิ้ง
แต่ก็ไม่ใช่การเก็บจนบ้านกลายเป็นถังขยะ ดังนั้นก่อนจ่าย คิดให้ดีก่อนว่า มัน "จำเป็น" หรือ "ฟุ้มเฟือย"
วันนี้ไปตอบคำถามนี้มา ชอบมาก แต่เราก็ไม่ได้ทำขนาดนั้นหรอก แต่เก็บลักษณะนั้นจริง ๆ ต้องเริ่มที่การตัดความอยาก
ถ้ายังอยาก ก็ยิ่งต้องเก็บ (โดยที่ความอยากก็ไม่ได้รับการบรรเทาด้วย) ก๊าก...
คิดให้ดีก่อนว่า มัน "จำเป็น" หรือ "ฟุ้มเฟือย"
ขออภัยไม่ย่อรูป รีบ โหเกินมาสองนาทีว่ะ ไปและ
วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2552
จำไว้ถ้าไม่อยากติดไวรัส กับของฝากมากมาย
เซ็งมาก
จะทำงาน
ก็ทำไม่ได้
เครื่องติดไวรัส (มั๊ง)
ที่แน่ แฟลชไดร์ติดไวรัสมาจาก ร.ร. (ที่ไปเรียนคอมมา ไม่อยากจะว่า แต่อยากจะด่าตัวเอง ก็รู้ทั้งรู้ว่า ร.ร.อ่ะ แหล่งไวรัสชั้น ๑)
แต่บางทีมันก็ต้องยอมเสี่ยง เพราะจะเอาไฟล์งานกลับบ้าน (เน็ตก็ไม่มีให้ใช้ เซ็ง ๆ)
แต่ทีหลังถ้าไม่อยากติด อย่าใช้เลยแฟลชไดร์ เลิกใช้ไปเลย ไม่ต้องถ่ายโอนไฟล์ ไม่ต้องรับ ไม่ต้องส่ง ไม่ต้องเข้าเน็ต ไม่ต้องโหลด ไม่ต้องอะไรทั้งสิ้น ถ้ายังติดอยู่ก็ทำใจ ปิดคอมแล้วไปไถนากันเถอะ เซ็งว่ะ
เลิก ๆ
ติดไวรัสคอมติดง่ายกว่าติดตา ติดใจ ติดเธอ ??? อะไรมันจะชั่วขนาดนี้ ใช้อะไรแล้วจะไม่ติดไวรัส ใครแนะนำได้บ้าง ??
พอดีกว่า ปัญหาโลกแตก
.....
อันนี้ฝากไว้นะคะ คิดได้วันศุกร์ที่แล้วทั้งนั้นเลย แต่ไม่ว่างโพสต์
ต่อไป ถ้าอยากได้อะไร ให้จดไว้ แล้วพยายามทำเอง โดยอย่ารีบซื้อ ต้องพยายามหาสิ่งทดแทนดูก่อน ทำให้ได้
คิดได้จาก อยากได้ราวไดโซะ ก๊าก... แต่ไม่อยากจ่ายหกสิบบาท เอาเชือกร้อยเองไปก่อนแล้วกัน ไม่เสียสักบาท หาในบ้านหมด
(ประหยัดไปหกสิบบาท)
...
วันก่อน ดูรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง
เขาเล่าถึง "ฮัสแบน ฟอร์ แอนด์ อาว" (Husband for An Hour)
เผื่อใครไม่รู้จัก บอกก่อน ไม่ใช่ สามีเช่า หรือไอ้ตัวใดใดทั้งสิ้น
"ฮัสแบน ฟอร์ แอนด์ อาว" (Husband for An Hour) คือ
อาชีพหนึ่งของคนรัสเซีย
อ่านนี่ดูก็ได้ เซิชมา
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=marketinfo&date=19-08-2009&group=4&gblog=177
ที่เขาจะมีหน้าที่มารับจ้างทำงานบ้านให้ เช่น เทขยะ เปลี่ยนหลอดไฟ ฯลฯ
ซึ่งพอเอาเข้าจริง แม่บ้านก็ตกหลุมรัก
รายการเขาก็เล่าแบบนี้
และตามปกติเราว่าทุกคนก็เป็นงี้แหละ
ดังนั้น คุณผู้ชายทั้งหลาย กรุณาฝึกการช่างการบ้านการเรือนซะ (ในแบบของคุณ ไม่ใช่มานั่งเย็บปักถักร้อยมาลัย แต่ใครทำได้ก็ถือเป็นเรื่องดี อย่างน้อยป๋าเราก็เย็บหมอนให้เรา เย็บผ้าปูที่นอนให้เรา - ผ้าปูช่วยเราทำ แต่หมอนเขาเย็บเองคนเดียว โคตรเท่เลยเนอะ กรี๊ด ๆ)
หลัก ๆ เอาแค่ว่าทำงานช่างพื้นฐานได้ก็จะดีมาก
ถ้าอยากให้เมียรักเมียหลงก็จงทำ
เพราะเราเชื่อว่า ต่อให้คุณขี้ริ้วขี้เหร่เพียงใด คุณก็กลายเป็นผู้ชายเจ้าเสน่ห์ในสายตาแม่บ้านได้โดยไม่ยาก ถ้าคุณช่วยทำงานบ้านอะนะ
ไปฝึกซะ
มีอะไรต้องฝึกบ้างน่ะเหรอ
นั่งนึกเอาก่อนแล้วกัน
อันนี้จริง ๆ เราคิดอยากทำก่อนที่จะเจอเรื่อง ฮัสแบน ฟอร์ แอนด์ อาว ซะอีก
เมื่อสองสามอาทิตย์ก่อน ตอนนั่งรีดผ้าคุณป๋า ส่วนคุณป๋านั่งตากลม (ตาก-ลม)
เราบอกป๋าว่า ป๋าฮะเอาคอมไปซ่อมให้หน่อยนะฮะ (ในใจเราคิด "แปดเดือนแล้วค๊าบ ๆ")
ป๋าบอกว่า สัปดาห์หน้าแล้วกัน (ในใจเราคิด "อาทิตย์ที่แล้วก็พูดแบบนี้")
ป๋าบอกเราว่า เดี๋ยวจะเปลี่ยนท่อน้ำด้วย ไอ้อ้วน (เป็นชื่อของช่างก่อสร้างที่มาต่อเติมบ้านให้เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว ซึ่งไอ้อ้วนนี้ไม่เกี่ยวกับสุดที่รักของเรานะเฟ้ย) สร้างห่วยมาก น้ำรั่วตลอด จะถอดเปลี่ยนก็ไม่ได้ คงต้องทุบทิ้ง ซ่อมกันยาวเลย เดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะทำ (ในใจเราคิด "อ้าว แล้วคอมหนูล่ะป๋า จะเลื่อนเป็นอาทิตย์นู้นอีกไหมเนี่ย") ----ป๋าแบกไปซ่อมแล้วเมื่อวานนี้ เมนบอร์ดพัง ค่าซ่อมประมาณพันสอง อีกสองสามวันถึงได้ ดีใจดีใจ ป๋าบอกว่าพังอีกจะเขวี้ยงแล้ว ก๊าก...---
ป๋าบอกอีกว่า หลังคาก็ยังทาไม่เสร็จ
เราก็พูดเรื่อง ต้นแคแสดมันใหญ่ กลัวจะเอนไปตีสายไฟขาดด้วย
สรุปมีงานช่างล้านแปด ที่เราต้องช่วยกันทำ (ส่วนใหญ่เราช่วยเชียร์ ช่วยกรี๊ด ช่วยส่งเครื่องมือ และช่วยยืนดูเฉย ๆ ซะมากกว่า) ป๋าเป็นคนลงมือทำ
เราก็บอกป๋าว่า ถ้าป๋าซ่อมอะไร ต่อไปแอมจะถ่ายวีดิโอไว้ แล้วเอาไปโพสต์บล็อก ไม่รู้มีคนสอนยัง (ถ้ามีบอกด้วย)
เพราะแอมคิดว่า สมัยนี้ การจ้างช่างเป็นสิ่งที่เสี่ยงมาก เห็นตามข่าวที่ว่า คนงานรับเหมาก่อสร้างกลายมาเป็นโจรปล้นบ้าน เพราะรู้ทางหนีทีไล่จากการที่เคยได้เข้าไปทำงาน (คนดี ๆ ก็มีอ่ะนะ แต่คนไม่ดีก็มีเหมือนกัน มันน่ากลัวนะ) เลยคิดว่าบางอย่างที่ทำเองได้ ก็ควรจะสอนให้ทำเอง หรือ ควรไปฝึกทำเองไว้ เวลาต้องทำจะได้ไม่ต้องจ้างใคร ลงมือทำเองเลย ประหยัดค่าจ้างแรงงานด้วย
หลัก ๆ เท่าที่เราเคยเห็นคุณป๋าทำมาอ่ะนะ
ก็มี
- เกี่ยวกับหลังคา ทาสีหลังคา ซ่อมหลังคา (ใครก็ได้ ช่วยบอกเราทีว่าหลังคามันเกลียดอะไรเรานักหนา ปีนี้มันรั่วสองจุดแล้ว ทั้งสองจุดคือจุดที่ตรงกับที่เรานอน กรี๊ด ๆ) นานมาแล้วเคยรั่วจุดอื่น เช่นห้องป๋า หน้าทีวี ป๋าซ่อมก็ทีก็ไม่เคยรั่วอีกเลย แต่มารั่วตรงเราตลอด (ไม่ใช่ที่เดิม) มันช่างโหดร้ายมาก เรานอน ๆ อยู่ก็เปียกโซก (ไม่ใช่ฝันเปียก หรือฉี่ราดนะเว้ย ก๊าก...) ครั้งก่อนรั่วลงแขนซ้าย ตอนนี้ก็รั่วลงขาซ้าย (เกิดมามีกรรมก็อย่างนี้แหละ ก๊าก...)
- ท่อน้ำ ป๋าเราเดินท่อน้ำทั้งบ้าน เพราะของเก่าแตก
- ซ่อมไฟ ป๋าเราทำสะพานไฟเอง เพราะอันก่อน ๆ มันพังไปหมดแล้ว
ทั้งหมดที่กล่าวข้างบน แนะนำว่าไปเรียน เพราะอันตราย ถ้าไม่เรียนยิ่งกับไฟอ่ะ อันตรายโคตร ๆ (เราเคยโดนไฟดูดมาแล้ว ตอนเด็ก ๆ เกือบตาย ซนมาก)
งานที่ไม่ค่อยอันตราย
- ทำสวน อันนี้ไม่ต้องพูดถึง ป๋าเราเป็นเด็กบ้านสวน
- งานครัว ซักล้าง ยิ่งทำอาหารขอบอกว่าอร่อยมาก อาหารป๋าอร่อยทุกอย่าง (อันนี้แล้วแต่คนกินนะว่า คนกินคือใคร ถ้าแม่ แม่จะกิน แม่จะบอกว่า "เขาทำอร่อยกว่าป๋า" ก๊าก...)
- งานเสริมสวย (สวยไม่สวยอยู่ที่หน้าตาดั้งเดิม) ป๋าตัดผมให้เรามาตลอด ยกเว้นตอนเราหลงผิดไปทำตามร้านแล้วผมเสียจิ๊บหาย จนป๋าบอกว่าถ้ายืดผมอีก จะไม่ให้เงินเดือน (เท่านั้นอ่ะ เลิกเข้าเลย ก๊าก...) คือป๋าก็ไม่ได้ทำได้ระดับมืออาชีพหรอกนะ (ไม่ได้เรียนเสริมสวยมา) แต่ป๋าก็ตัดทรงที่เราอยากได้ตลอด (ทรงลดโลกร้อน)
- สอนการบ้าน เคมีเลขฟิสิกส์ สอนมาแล้ว แต่ลูกโง่เอง ไม่เข้าใจ ก๊าก...
- ฯลฯ เยอะ
เอาว่าไปคิดเอาเองแล้วกัน ว่าคุณอยากให้ความเป็นพ่อบ้านในตัวคุณมันเป็นยังไง แล้วก็ไปฝึกเอง
ในขณะเดียวกัน คุณผู้หญิงอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ก็คิดไปด้วยว่า คุณอยากให้ความเป็นแม่บ้านในตัวคุณมันเป็นยังไง แล้วก็ไปฝึกเอง
นั่งคิดดูเองก่อนก็ได้ ไม่ต้องรีบไปหาที่เรียนหรอก คิดก่อนว่าอยากให้เป็นยังไง แล้วก็ค่อย ๆ พยายามทำ
เดี๋ยวก็ทำได้
...
แถมอีกนิด วันนั้นเราเจอป้าโตโยต้ารับสมัครงาน แล้วจะมาที่ มศว
เขาเขียน มศว มีจุด
จะประกาศรอบที่ห้าร้อยว่า
มศว เป็นตัวย่อที่ไม่มีจุด
มศว
ไปเลย
ย่อมาจาก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
อ่านว่า มะ หา วิด ทะ ยา ลัย สี นะ คะ ริน วิ โรด
ไม่มี ทะ ระ นะ
อย่างน้อยเอาแค่ เขียนตัวย่อให้ถูกก่อนก็พอ เห็นแล้วอยากบอกอ่ะ
ไม่อยากให้ใช้ผิดกันไป มันทำให้รู้สึกได้ว่า คนทำประกาศ
ไม่รู้จักเตรียมการให้ดี ไม่รู้จักหาข้อมูลให้ดี ทำให้ความน่าเชื่อถือของงานลดลง
เรารู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ และเราเชื่อว่าใคร ๆ ก็ต้องรู้สึกอย่างนั้น
หากว่าใครสักคน เขียนชื่อคน ชื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังเขียนผิดเลย คุณจะเชื่อข้อมูลของเขาอยู่หรือเปล่า???
บางอย่างมันสำคัญเกินกว่าที่จะปล่อยให้ผิด
ก่อนกดส่งข้อมูล อ่านเช็คตัวสะกดด้วย
ส่วนถ้าเราสะกดผิด ก็ช่าง สิ่งที่เราเขียน มันไม่สำคัญนักหรอก ลืม ๆ ไปเหอะ ก๊าก...
วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552
อยากให้มีอะไรแบบนี้เยอะ ๆ อ่ะ ทำบุญออนไลน์
เห็นเอทำ แล้วเอเรียกให้ดู
มันน่ารักมาก
เลยเอามาบอกต่อ
ขอเชิญร่วมทำบุญกับดีนี่ด้วยนะคะ
ไปอ่านเอง http://www.momypedia.com/activity/PayItForward/
คลิกเหรียญทอง ลากไปวางหน้าบ้าน ก็เท่ากับได้ร่วมบริจาคแล้วค่ะ
ชอบมาก
อยากให้มีเว็บแบบนี้เยอะ ๆ
เราว่าเข้าท่ากว่าเว็บโลกเสมือนจริงอีกหลายล้านเท่า (วันนี้ไป ม ไปอ่านแมกกาซีนฟรีในหอสมุด อ่านแล้วจะอ้วก เวลาเห็นเขาเขียนถึงว่าเว็บไซต์ที่เป็นเกมแนวสร้างโลกเสมือน กำลังบูมมาก ในโลกเสมือนจะมีตัวละครเรา มีเสื้อผ้าให้เลือก มีเงินสกุลนั้นให้ใช้ เก็บพอยต์แลกเงินได้ เอาไว้ซื้อของ พอยต์ไม่พอเอาเงินจริงไปซื้อผ่าน paypal ก็ได้ -paypal มันคืออะไร ยังไง อีนี่ไม่เคยใช้ ไม่สนใจ- เสียเวลา เสียเงินเสียทอง ปัญญาอ่อนกันไปวัน ๆ "ขอบอกว่า เราแอนตี้อะไรทำนองนี้มากเลยนะ ถ้ามีลูก แล้วลูกเล่น คงเตะมันกระเด็นไปเลย" (โหดไปว่ะ ทำงี้เดี๋ยวลูกเกลียดตาย ทางที่ดี เราควรจะชี้ให้ลูกเห็นว่า "โลกนี้ยังมีสิ่งดี ๆ ที่ลูกควรไปทำอีกมากมาย ไม่ใช่เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับอีเว็บพวกนี้ ทั้งที่มันก็ไม่ได้จ่ายค่าเรียนให้ลูก ไม่ได้เลี้ยงดูลูก แล้วมิหนำซ้ำมันยังคอยจะสูบเลือดสูบเนื้อสูบค่าขนมของลูกอีกด้วย มันคุ้มไหมคุณลูกขา ไปขุดดินกินหญ้ากับแม่ดีกว่า...") โลกจริง ๆ ของคุณน่ะ คุณยังไม่คิดจะดูแล เอาแต่เข้าเน็ตไปแรด ๆ ในโลกเสมือน มันสร้างสรรค์ตรงไหน ในขณะที่คุณร่ำรวยมีปัญญาใช้คอมและเน็ตเล่นอะไรไร้สาระ มันก็ยังมีคนอีกมากมายลำบากถึงขั้นข้าวก็ยังไม่มีจะกิน คุณเคยนึกถึงอะไรแบบนี้บ้างไหม "บอกตรง ๆ นะ ใครจะว่ามันเป็นอาชีพ เขาต้องทำมาหาแดกทางการสร้างเกม สนองตันหา รองรับความต้องการ (กิเลส) ของผู้คน (ที่ไร้สาระ) เพื่อให้มีอะไรสนุก ๆ ทำแก้เหงา แก้เครียด" แต่เราขอมองว่า "มันเป็นกิจกรรมโง่เง่าที่สุดที่มนุษยชาติดันเลือกไปทำ ช่างมอมเมา สุดงี่เง่า แย่ แหวะ" ใครจะด่าเราก็ด่าไปนะ เราไม่สนใจ ไม่เดือดร้อน ของพวกนี้ไม่ได้ทำให้เรามีกิน ไฟดับก็หายไปหมดแล้ว นามธรรมกว่าเพลงที่เราแต่งอีก เราไม่เล่นของพวกนี้หรอก เวลาบนโลกมีมากหรือไม่มากไม่มีใครรู้ แต่จงอย่าปล่อยให้เสียไปกับกิจกรรมที่ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรกับมวลมนุษยชาติเลย เสียชาติเกิด! [เออ ลืมไป ช่วยเหมือนกันนะ แต่เป็นช่วยให้เงินเข้ากระเป๋าคนสร้างเกม สร้างโปรแกรมนั้น ๆ แค่นั้นแหละ] เห็นด้วยไม่เห็นด้วย มันเรื่องของคุณ ทนไม่ได้ก็ปิดไป ไม่มีใครขอร้องให้มาอ่าน)
แต่ที่บอกว่าเว็บบริจาคนี่เข้าท่ามาก เพราะมันจะทำให้เรารู้สึกยินดีที่ได้ร่วมทำบุญ เขาได้นำเอาเทคโนโลยีมาอำนวยความสะดวกในเรื่องของการบริจาค
คนไม่มีตังค์อยู่กับตัว แต่มีเน็ตเล่น ก็สามารถเข้าไปบริจาคได้ ง่าย ๆ แค่คลิก
(เราพอจะเคยเห็นนะ มีเว็บทำนองนี้นานแล้ว ตอนนั้นเป็นคุณผู้ชายท่านนึง บอกชื่อ บอกแซ่ บอกตำแหน่งหน้าที่การงาน เขาบอกว่าเขาอยากจะไปประชุมต่างประเทศ ระบุชื่องาน รายละเอียดของงานทุกอย่าง แต่เขาไม่มีตังค์ เขาจึงเขียนบล็อกบอกคนมากมายว่าเขาอยากไปมาก ถ้าใครสนับสนุนเขา ขอให้ไปคลิกที่เว็บนึงให้เขาที ถ้าจำนวนคลิกถึงเป้าที่กำหนดไว้ เขาจะได้เงินรับเงินค่าเิดินทางไปประชุมจากเว็บนั้น ขออภัย จำไม่ได้ว่าเว็บอะไร แบบนี้ เราว่าชัวร์ เพราะชัดเจนและเป็นทางการกว่า fwmail เฮงซวย ๆ)
ลึก ๆ เราไม่รู้นะว่ามันทำงานยังไง
แต่เรายินดีที่มีอะไรแบบนี้ แบบที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์ในโลกแห่งความเป็นจริง!
ปล. ตั้งแต่แม่เราผ่าตัดเนื้องอกในสมอง แล้วหมอให้สระผมด้วยยาสระผมเด็ก หลัง ๆ เราก็เลยเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ เฮดทูโท ท๊อปทูโท (สระและอาบได้ในขวดเดียว) มาใช้บ้าง เราอยากใช้อะไรอ่อน ๆ (ที่ไม่ปัญญาอ่อนเหมือนพวกที่เอาแต่เล่นเกม) ลองมาหลายยี่ห้อแล้ว (จอนสัน - กะจะไม่ซื้อมาใช้แล้ว เพราะไม่ได้ผลิตเมืองไทย อีนี่บ้าชาตินิยม อย่างน้อยขอผลิตในไทย เช่น โคโดโมะ เบบี้มาย ลองมาเท่านี้ แต่ไม่เคยลองดีนี่ แต่พอมีกิจกรรมนี้ ขอบอกว่า ต่อไปเราซื้อแต่ดีนี่แน่นอน บอกตรง ๆ ประทับใจว่ะ)
ใครจะคิดไง ไม่เคยสน ฉันจะคิดแบบนี้ รับไม่ได้ ก็เรื่องของคุณ
วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2552
ขี้รำคาญ
...................................
ในขณะที่เราบ่นว่าเรารำคาญ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ คนมากมาย
เราเองก็ทำตัวน่ารำคาญให้คนอื่นต้องบ่น (และด่า) ได้เช่นกัน (เราก็คนเหมือนกันอ่ะ)
แล้วเวลาโดนด่าแล้วไง ลองอ่านดู เราตอบว่า
"เฉย ๆ
ถ้าเขาด่า เพราะเราแย่จริง ๆ เราจะเก็บมาปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น
แต่ถ้าเขาด่าส่งเดช ให้ร้าย จะไม่สนใจเลย ถือว่ามันขี้อิจฉา และเรามีดีกว่า มันถึงได้ทำแบบนั้น ไม่มีใครเคยด่าหมาที่ตายแล้ว"
วันนี้เพื่อนด่าเรา (เดาเอา แต่คิดว่าต้องด่าแน่นอน)
เราเบี้ยวนัด
จริง ๆ เรารู้ว่าเราต้องเบี้ยวนัดตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ไม่โทรบอก เพราะเราอยากให้คนอื่นเขาไปกัน (แค่ไม่มีเรา ก็คงไม่ถึงกับงานล่ม)
แต่งานล่มว่ะ (ไอ้ตั้วมันโทษเราตลอดเลย รู้ว่าอาจพูดเล่น แต่เราเครียดจริง เพราะถ้าหากว่าเราเป็น"คนสำคัญ"ขนาดที่ถ้าไม่ไปแล้วทำให้งานล่มได้ ก็ไม่น่าจะต้องโทษเรา ให้เราต้องรู้สึกผิด)
ซึ่งจริง ๆ ที่เราจะเล่าคือ แทบทุกคนที่รู้จักเรา จะรำคาญที่ว่า "ทำไมเราถึงไปไหนมาไหนเองไม่ได้ ไปงานเลี้ยงตอนกลางคืนไม่ได้ ไปค่ายไม่ได้ รับน้องไม่ได้"
จะหาว่าเราจัญไร (ชอบแก้ตัว) ก็ตามสบาย ถ้าว่าเรา แล้วคุณเจริญขึ้น เราก็ยินดี ที่เราทำให้คุณเจริญขึ้นได้
ขอให้รู้ว่า คนเราทุก ๆ คน เกิดมา มีชีวิต มีทางเดินไม่เหมือนกัน และไม่มีความจำเป็นใดใดเลยที่ต้องไปทำให้เหมือนกัน ตราบใดที่เราไม่ได้ละเมิดสิทธิ เสรีภาพ ภารดรภาพ ของใคร และไม่ได้ทำให้ใครถึงขั้นเสียผลประโยชน์แบบที่เขาไม่เลือกมาเอง หรือ ไม่ใช่การไปบังคับจิตใจใครมา เราไม่เคยจะเห็นว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ตรงไหน แต่หลายครั้ง มันทำให้เรารู้สึกแย่ เพราะรู้สึกเหมือนว่า เรากลายเป็นคน "ไม่รับผิดชอบ" (เรามีทางเลือกไหม? ถ้ามี เราขอเลือกทางอื่น เพราะอยู่ดี ๆ เราก็คงไม่อยากทำตัวให้ถูกด่าเหมือนกัน เราไม่ชอบ "การด่า" โดยเฉพาะด่าประมาณว่า "แกรู้สึกผิดบ้างไหม" เพราะถ้าเมื่อใด เราต้องรู้สึกผิดโดยที่คนอื่นบอก นั่นแปลว่า เรานิสัยแย่แล้ว - หรือบางทีเราอาจถูกจิตวิทยาหมู่ให้ต้องรู้สึกว่าตัวเองแย่ ทั้งที่ความจริง มันไม่ได้แย่มากมายขนาดนั้น)
กรณีที่เพื่อนเราด่าเราวันนี้ ถ้าตามคำถามที่เราตอบ เราคิดว่าตรงกับส่วนแรกคือ ถ้าเขาด่า เพราะเราแย่จริง ๆ เราจะเก็บมาปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น ซึ่งคำว่าปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น สำหรับเรา มันแปลว่า เรา คงจะไม่รับนัดใครอีกแล้ว (ที่ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย) เพราะเราคือ นางสาวช่างเลื่อน อย่านัด เพราะมักเบี้ยว อยากเจอ ก็มาเลย ไม่ต้องนัด เพราะเราก็เบี้ยวนัด(ที่ไม่ถึงคอขาดบาดตาย)มาทั้งชีวิตแล้ว ย้ำว่าทั้งชีวิตแล้วจริง ๆ
จะคิดเป็นสเตป
กรณีวันนี้
นัดกันห้าโมงครึ่ง(เย็น) กินถึง... อย่างเร็วสุดก็สองทุ่มครึ่ง (เดาเอา)
(ตอนเราตอบตกลง เพราะเรากะว่าจะกลับพร้อมคุณป๋า)
แต่เมื่อวาน ตอนดึก เราเพิ่งได้รู้ว่า คุณป๋าต้องไปต่างจังหวัดวันนี้ กลับพรุ่งนี้เย็น
เราจึงไม่ไปตามนัด และไม่โทรบอกด้วย เพราะไม่อยากให้เลิกหรือเลื่อนนัด (เพราะไม่ได้นัดแค่สองคน นัดกันหลายคนอยู่ เราบอกตรง ๆ เราไม่อยากให้งานล่ม)
แต่เราดันมาโพสต์ที่ชื่อเอ็ม (ซึ่งก็ไม่รู้จะโพสต์ทำไม ทีหลังจะไม่โพสต์แล้ว)
พอเพื่อนรู้ ก็เป็นเหตุให้ยกเลิกนัด ทั้งที่มีเพื่อนมาจาก ต่างจังหวัดด้วย (ขอโทษจริง ๆ ฮะ)
ใครจะว่าเราผิด ก็ตามสบาย ก็เป็นงี้ตลอด อยู่แล้ว
เพราะสิ่งที่เราไม่ทำแน่ คือ
เราจะไม่มีวันปลีกตัวเพื่อกลับบ้านคนเดียวในยามวิกาล (เราจึงเลือกที่จะไม่ออกจากบ้านหลังหกโมงเย็น)
และถ้าเลยกว่านั้น นั่นคือเราอยู่กับเอซัง กับแม่ กับป๋า หรือ กับเพื่อนมัธยม หรือเพื่อนมหาวิทยาลัย ในระหว่างทางที่จะไปหาแม่/ป๋าที่รอรับกลับอยู่
เนื่องจากแถวบ้านเรา มันไกล และเราค่อนข้างมั่นใจว่า มันมีความเสี่ยง (หลายภัย) เราไม่ชอบเสี่ยง
และชีวิตเรายังไม่มีความจำเป็นขนาดนั้น (คนเราทุก ๆ คน เกิดมา มีชีวิต มีทางเดินไม่เหมือนกัน และไม่มีความจำเป็นใดใดเลยที่ต้องไปทำให้เหมือนกัน)
น่ากลัวจะตายไป แค่เพื่อนนัดเ็ย็น ๆ เพราะทำงานกัน จึงไม่ว่างกลางวัน เราก็เข้าใจ
แต่ถ้าไปแล้วไม่สะดวก (อย่างวันนี้ ถ้าเราไป แม่ก็คงจะกังวล และนั่งรอที่ห้างใดห้างหนึ่งเพื่อรอกลับบ้านพร้อมกัน - และอย่างที่บอกว่าโดยส่วนตัว "เราไม่ชอบเดินทางหรือไปไหนยามวิกาล นั่นแปลว่าเราก็คงไม่รู้สึกดีอะไรมากนัก ถ้าต้องไป" ขอติดหมายเหตุไว้หน่อยเดี๋ยวจะหาว่าเรื่องมาก กรณีที่ไปได้ก็คือไปกับป๋ากับแม่ +ยิ่งไปรถส่วนตัว จะยิ่งโอเคมาก เราชอบนอนหรือนั่งเอนมองฟ้าผ่านทางหน้าต่างรถขณะวิ่ง มันจะคิดอะไรออกได้เยอะมาก ไฟตึกกลางคืนสวย ๆ ชอบมาก หรือไม่ก็คงตอนไปกับแฟน ซึ่งก็คงอีกนานกว่าจะได้ไป เพราะแฟนยังไม่มาพาไป (ขอบคุณหลาย ถ้าพยายามมาพาไปตอนนี้ ก็คงปวดหัวหลาย ๆ ช่างเข้าใจที่สุด น่ารัก) อานะ อะไรทำนองนี้อ่ะ เราก็คงไม่มีเงื่อนไขใดใดแน่นอนอ่ะ | แต่แบบกับ"คนอื่นนอกจากนี้"อ่ะ ยังต้องมีเงื่อนไขอยู่ อยากขอให้ "คนอื่นนอกจากนี้" ช่วยเข้าใจด้วยว่ะ ว่าเราปรารถนาดี เนื่องจากที่ผ่านมา เราเคยเจอมาแล้วว่า เงื่อนไขของเรา มันทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนไปทั่ว เช่น ต้องจัดแจงหาคนมาส่งเราที่รถไฟฟ้า ต้องนู่นนี่ นี่ถ้าไม่มีคุณงามความดีอยู่บ้าง คงไม่มีเพื่อนอยากคบแล้วแหง ๆ แต่ทำไงได้ นี่มันสิทธิส่วนบุคคลของเราที่เราจะเลือกเป็นแบบนี้)
จริง ๆ ไม่ได้ถึงกับกลัวการเดินทาง (โดยเฉพาะกลางคืนน่ะ) แต่ "ถ้าเลือกได้ เราก็ขอไม่เสี่ยงแล้วกัน" และ "ถ้าเลือกไม่ได้ เราจะไม่เลือก ยกเลิกไปเลย" เดินทางกลางวันทุกวันนี้ก็เดินทางคนเดียว ก็เฉย ๆ ไม่ได้ถึงกับบ้าบอโฟเบีย อะไรอยู่แล้ว
เดิมแม่เราสั่งฝังหัวให้กลัว แต่เมื่อสักสามสี่ปีก่อน หรือห้าหกปีก็ไม่ค่อยชัวร์ปี ก็รู้สึกกลัวได้เอง เพราะเจอสถานการณ์ให้รู้ว่าต้องระวัง! เรื่องมันมีอยู่ว่า เราเคยไปท้ายหมู่บ้านกับแม่ แม่ไปหาลูกศิษย์ ตอนนั้นสักหกโมงเย็น เราใส่ชุดอยู่บ้านธรรมดา หน้าตาโบราณ (หรือสวยมั๊งไม่แน่ใจ ตอนนั้นผมยาว ๆ) ตอนแม่ยืนคุยกับแม่ลูกศิษย์ (ดันเป็นการยืนคุยไง บ้านลูกศิษย์เป็นบ้านแคบ ๆ ก่อสร้างอยู่ เลยยืนคุยกันกลางถนนซอยซะ) แล้วแม่ก็คุยนานมาก ระหว่างนั้นเราเห็นเด็กวัยรุ่นผู้ชาย (หน้าเหี้ยมทุกคน) ประมาณสิบกว่าคนอยู่ก้นซอย แล้วเดินเหมือนจะยกพวกไปตีใคร เดินออกจากซอยไป แต่มีไอ้เด็กคนนึงมันไปที่ตู้โทรศัพท์ใกล้ ๆ ไม่ได้ตามเพื่อนไป แม่เราคุยจนดึกอ่ะ ตอนขากลับ เราก็จูงมือกับแม่อ่ะนะ เดิน ๆ อยู่ เราก็รู้สึกได้ว่ามีคนเดินตาม เราหันไป ก็เจอไอ้เด็กที่ตู้โทรศัพท์ (จำได้ เพราะมันก็เห็นเรา เราก็เห็นมัน เรียกว่า ต่อให้ไม่ตั้งใจมองก็ต้องเห็น เพราะแม่งนั่งไม่ไปไหนเลย) เดินตามมา ห่างแค่ประมาณสามเมตร แถมมองมาด้วย เราบอกแม่ว่า "มีคนตามอ่ะแม่ น่ากลัววิ่งเข้าตลาดนัดก่อนนะ" แล้วเรากับแม่ก็ "วิ่ง" เข้าตลาดนัด ไอ้ห่าที่เดินตามก็ยังตามมาอีก (ตอนนี้ ยังไงเราก็เชื่อว่าแม่งตามชัวร์) เราบอกแม่ว่า ที่เข้าตลาดนัด เพราะถ่วงเวลา ไม่อยากให้ไอ้นั่นเดินตามเดี๋ยวมันรู้จักบ้าน เรากับแม่เดินวนวนวน คนในตลาดยังเยอะพอสมควร ยังเห็นมันเดิน ๆ มันเดินผ่านหลายรอบ แล้วสักพักใหญ่ ๆ เรากับแม่ก็ออกจากตลาด แล้วก็จ้ำเข้าบ้าน ระหว่างนั้นเราแทบหันหลังเดิน (แม่หันหน้าเดิน) เพราะว่า กะว่า้ถ้าเห็นไอ้นั่นตามมา เรากะจะแวะทุกร้าน (เพื่อให้มันเดินเลยไปก่อน) แต่ก็ไม่เจอมัน (ซึ่งดีแล้ว และ อย่างน้อยกูก็ได้ระวังแล้ว) สองแม่ลูกก็เลยแจ้นเข้าบ้านเลย
ถึงแม้เพื่อนปากหมา ๆ ของเราหลายคน จะบอกเีราว่า "หน้าอย่างแก เดินคนเดียวกลางคืนก็ไม่ต้องกลัวถูกฉุดหรอก มีหน้าตาเป็นอาวุธ" หรือ ใครจะว่าเราคิดมาก หลงตัวเองก็ช่าง ที่เรารู้คือ "ไม่ประมาทไว้ก่อนดีที่สุด เพราะใครจะรู้ ว่าคนมันคิดอะไรอยู่" ไม่เสี่ยง เลี่ยงได้ก็เลี่ยง
และเดี๋ยวนี้ไม่อยากกลับมืดเพราะอีกเหตุผล คือ
เราต้องดูแลสวนงูของเรา (สวนต้นไม้แหละ ชื่อเต็ม ๆ ว่า สวนงู - - - ไม่อยากพูด คำมันฮา มีงูบ้างเป็นบางโอกาส) เราต้องรดน้ำ
ถ้าเรากลับดึก เราก็ยังต้องรด ซึ่งมันเสี่ยงให้เราเจองู (+ตะขาบ) เพิ่มมากขึ้น ก๊าก...
เราเคยไม่รดน้ำ แล้วโดนป๋าด่า ว่าไม่รับผิดชอบหน้าที่อะไรทำนองนี้
โดนด่า ไม่เจ็บเท่าไรหรอก
แต่ป๋าบอกว่า "ต้นไม้มันก็ต้องกินเหมือนเรา ถ้าไม่ได้กินมันก็ตายเหมือนกัน" เห็นใจต้นไม้เลยว่ะ สะเทือนใจนึกไปถึงสมัยเด็ก ๆ เราเคยปล่อยชาฮกเกี้ยนตาย ทั้งที่มันอยู่ห่างก็อกน้ำแค่เมตรเดียว เรียกว่าเป็นเด็กใจดำมาก ๆ รู้สึกผิดมาก ๆ หลังจากประมาณนั้น หน้าที่รดน้ำตกไปเป็นของเอซัง ช่วงเวลาหนึ่ง
ล่าสุด เราดันลองเลิกรดต้นโต ๆ (แต่อยู่ในท่อซีเมน [ท่อส้วม] เหมือนกักเป็นบริเวณ คลายเป็นกระถาง แต่ไม่มีก้นกระถางนะ เราเลยคิดแทนมัน ว่ามันคงหากินเองได้แล้ว) แล้วเราก็โดนป๋าด่าว่า "มันโตแล้ว ก็ไม่ต้องกินน้ำงั้๊นเหรอ!"
เจ็บปวดมาก ทั้งที่ป๋าพูดแค่นี้ แต่เพราะว่าเอซังต่อให้ว่า "เหมือนแอมอ่ะ โตแล้วหนิ ก็คงไม่ต้องกินแล้ว ก๊าก..."
เพิ่งโดนด่าเร็ว ๆ นี้เอง ก๊าก...
(เดี๋ยวคิดวิธีวางท่อน้ำทิ้งต่อดีกว่า)
เออสรุปเราต้องรีบกลับมาให้อาหารต้นไม้ มาให้ขนมแมว (อย่าถามว่าเอทำไรบ้าง บอกได้แค่ว่า เขาทำเยอะกว่าเราเยอะมาก - ที่เราทำอ่ะ เดะ ๆ)
สรุป ล้างข้อมูลทุกอย่างทิ้งได้เลย
แต่ขอให้รู้ว่า ปัญหามันมาจาก "กฎหรือเงื่อนไขส่วนตัวของเรา อาจมีข้อยกเว้นได้ ซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป" (เราเป็นคนลำเอียง ก๊าก...)
....................................
ถ้าอยากติดต่อ พูดคุย กับเรา จะมาทางไหนก็ติดต่อได้ สำหรับเพื่อนเรา เราคุยได้ตลอด ไม่ต้องกินไปคุยไปก็ได้ เราว่าบางทีการโฟกัสไปที่จุดประสงค์ทีละอย่าง มันอาจจะได้ประโยชน์มากกว่า
การที่จะให้เราไปกินอะไรกลางคืน เราคงไม่อยากกินอ่ะ ไม่มีอารมณ์จริง ๆ ยิ่งถ้าห่วงเรื่องเดินทางกลับบ้าน เราจะยิ่งเซ็ง ขอบอกว่าสมัยก่อนช่วงเวลาผีตากผ้าอ้อมถึงมืด เราจะร้องไห้บ่อยมากถ้าหากต้องแก่วในที่ที่ไม่อยากแก่ว เช่นงานเลี้ยงบางงานที่เราไม่เต็มใจไป เหตุผลมาจากเรื่องสถานที่ และการเดินทางที่เราเข้าใจไปว่ามันไม่สะดวกนั่นเอง ถ้าแน่จริงมากินอาหารที่ปากซอยบ้านเราเดะวะ แล้วเราจะไม่บ่นเลย ก๊าก... (พูดไปก็เท่านั้น คงไม่มีใครมา)
(เออ เรื่องติดต่อเราน่ะ คนไม่รู้จักเราเป็นการส่วนตัว ก็อย่าพยายามมาติดต่อหรือพยายามรู้จักเราโดยไม่มีเหตุจำเป็นเลย เพราะเราค่อนข้างมั่นใจว่า เราจะต้องทำให้คุณรำคาญได้แน่นอน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง เราขอยืนยัน)
บางทีคนเราก็ต้องรู้จัก แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นทั้งผู้ให้และ้เป็นทั้งผู้รับ เมื่อรำคาญคนอื่นเป็น ก็ต้องรู้ว่า คนอื่นก็รำคาญเราเป็น เช่นกัน
ย้ำว่า ความขี้รำคาญส่วนใหญ่ที่เราแสดงออกมาหนักมาก ๆ คือ รำคาญคนที่ เราไม่มีเหตุจำเป็นจะต้องไปรับรู้เรื่องน่ารำคาญของเขา แต่เขาก็พยายามยัดเยียดเรื่องน่ารำคาญใส่หัวเรา หลายครั้ง คนพวกนั้น มันก็เห็นแก่ตัวมากเกินไปจริง ๆ
เราถึงได้เอามาด่า เพื่อย้ำว่า "จงอย่าทำ!"
ซึ่งถ้าหากคุณเริ่มรำคาญบล็อกนี้ ก็ปิดไปซะ เพราะมันจะมีแต่เรื่องน่ารำคาญทำนองนี้แหละ
แต่กับคนใกล้ ๆ ตัวเรา (ครอบครัว เพื่อนฝูง คนสนิท ๆ) เราไม่ค่อยจะรำคาญเขาหรอกนะ เพราะเราเชื่อว่า คนใกล้ ๆ ตัวเรา น่าจะรู้สึกรำคาญเรามากกว่าเรารำคาญพวกเขาเยอะเลยทีเดียวว่ะ ก๊าก...
ปล.วันนี้เจอเรื่องน่ารำคาญเล็กน้อย ส้วมห้องนึงที่บ้านมันอืด ๆ (เราบ่นเหม็นมาหลายวันแล้ว แต่ป๋า แม่ เอซัง เขาไม่ได้กลิ่น สงสัยเราจะจมูกหมามากเลย) วันนี้กลับบ้านมาเห็นส้วมอืด อีนี่ก็เครียด โทรหาป๋า หาวิธีแก้ไข ป๋าให้เอาน้ำอีเอ็มมาราด ก็ดีขึ้นนะ จริง ๆ วันวันเหมือนเราจะยุ่งเหยิงมากเลย ไม่รู้จะมาบ่นทำบ้าอะไร เลิกเล่นดีกว่าว่ะเน็ต เดี๋ยวเราใกล้ส่งโปรเจคแล้ว (ที่ไปเรียนคอม เราจะทำอีัเลินนิ่งสอนโปรแกรมเลขที่เอใช้ ชื่อโปรแกรมคาร์ อยากสอนมาก ถ้าไม่มีอะไรติดขัด คงได้เรียนรู้โปรแกรมนี้กัน สอนแค่เบื้องต้นแหละ ไม่เคยใช้เหมือนกัน สาระแนอยากสอน ก๊าก... วันนี้ก็ได้เห็นเอใช้ออยเลอร์ Euler หาคำตอบข้อนี้ให้ เราอ้อนวอนเอซังว่า ป้าเอฮับช่วยตอบที แอมอยากได้สิบคะแนน ก๊าก...)
ฝึกไว้เพื่อรับจ๊อบ รับจ้างทำสื่อไรก็ว่าไป นี่ถ้าเอซังเขาชอบเขียนบล็อก ป่านนี้คงเห็นบล็อกเลขฮาฮาจากป้าเอบ้างแล้ว เราเปิดไว้ให้เขานานแล้ว คนเก็บฟีดวันละ ๔ คน มาจากไหนนักวะ บางบล็อกเรายังมีไม่ถึงเลย ไม่รู้จะเก็บทำไมกันนัก ทั้งที่เอซังก็ไม่ได้เขียนอะไรเลย สงสัยเห็นว่าสวยแบบธรรมชาติ (ลงโทษ) ก๊าก... เอาเหอะ ไปแล้ว
ถ้าไม่เห็นมาเขียนบล็อก ขอให้รู้ว่า เรารำคาญตัวเราเองมาก ก๊าก...
วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2552
ไมโครบล็อกที่ร๊าก...
ก่อนอื่นขอเล่า นกนก ก่อนนะ
เมื่อสองวันก่อนเราเจออีเมลข้ิอความตาม link นี้ แต่อยู่ในจั๊งเมล
ตกกระใจมากเมื่ออ่านเจอ
"โดยเงื่อนไขการบริการพิเศษนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อสมาชิกที่ลงทะเบียนขอใช้บริการ
สนุก!
นกนก SMS ผ่านมือถือ ก่อนวันที่
1
สิงหาคม 2552 มีการเปลี่ยนเบอร์มือถือในการรับข้อความ
ทางสนุก! นกนก
ขอสงวนสิทธิ์ในการค่าบริการท่าน
55
บาท /100 ข้อความ
/ 30
วัน
เช่นเดียวกับสมาชิกใหม่"
เราก็คิดในใจว่า เสียตังค์แล้วเหรอ ฮือ... แต่เท่าที่ดู อืม โชคดี เราเป็นสมาชิกเก่า ลงทะเบียนเบอร์ไปนานแล้ว ดังนั้นเรายังรับ sms ได้ฟรีอยู่ "ดีใจจัง ขอบคุณนกนกหลาย ๆ ค่ะ" แต่ขอบอกว่าเราไม่เปิดรับข้อความจากใครที่เราติดตามเลย เพราะเราไม่คิดว่าข้อความของใครจะสำคัญกับชีวิตเราขนาดนั้น แค่อ่านยังขี้เกียจ เพราะบางคนก็โพสต์ทุกลมหายใจ (เหมือนไม่มีอะไรทำ) แต่ถ้าเมื่อไร มีนกนกของแก๊งค์กลุ่มหมู่เหล่า ที่อัพเดทว่า ตอนนี้มีกิจกรรมอะไรดี ๆ อัพเดทแค่วันละครั้ง เมื่อนั้นเราถึงจะเปิดรับ sms เพราะมันจะได้ไม่รบกวนเราเกินไป (ทุกวันนี้แค่อีโฆษณาบ้าบ้าทางมือถือก็น่ารำคาญจะตายแล้ว เหมือนผีเลย มันมาเสร็จ เรากดลบทันที สองวินาทีข้อความเดิมมันก็เข้ามาใหม่ ขอบอก ไม่โหลดเหลิดบ้าบอแน่ เพราะเกลียด sms มัน - ถ้าเป็น sms จากสุดที่รักของเราก็ว่าไปอย่าง)
อ่ะจบไปเรื่องนกนก สรุปคือ เราชอบนก ๆ และยังใช้อยู่
น่าเสียดายที่มือถือเรา (มันคงห่วยเกินไป) ไม่สามารถเล่น wap เข้าไปโพสต์นกนกได้แล้ว (เดิมเคยได้) แต่ไม่เป็นไร เราก็ไม่ค่อยใช้หรอก เรากะว่าจะใช้นกนกของเรา เขียนเรื่องที่อยากให้มี ในแบบที่ไม่ต้องให้คำอธิบาย (เพราะไม่รู้จะอธิบายยังไง) ก็คงอารมณ์พอ ๆ กับบล็อกนี้ แต่เป็นแบบสั้นสุด ๆ
สิ่งที่เราใช้แก้เซ็ง ตอนอยู่ข้างนอกแทนนกนก คือ บล็อกexteenอีกอัน ที่เปิดไว้ระบายอารมณ์สั้น ๆ
..........
เรื่องต่อไป http://twitter.com/
ขอบอกว่ากรี๊ดมาก ไม่ได้กรี๊ดตัวทวิตเตอร์ เพราะเบื่อ และเบื่อกระแส สำหรับเรา ทวิตเตอร์ก็มีหน้าที่ ระบายอารมณ์ก๊าก...
แต่ล่าสุด สามเดือนมาแล้ว เราได้รู้จัก ทวิตพิก (หมู!? ก๊าก...) ไม่ช่าย http://twitpic.com/ เด้อ
ของเราคือ http://twitpic.com/photos/pranitee
จริง ๆ มันมีคุณสมบัตินี้นานยังเราไม่ได้สังเกต
เออ ให้เครดิตหน่อย เรารู้จักทวิตพิก จาก การเห็นอัพเดทของคุณ http://twitter.com/projectlib
เลยใช่ตามบ้าง 555วันนั้นเราลองโพสต์รูปน้ำใบบัวบก แล้วก็ไม่ค่อยไปใช้อีก เพราะเฉย ๆ
แต่เมื่อวานเราโพสต์หนังสือเล่มล่าสุดที่เราเพิ่งซื้อมาอ่าน เนื่องจากขี้เกียจเขียนรีวิวที่เวิร์ดเพรส แต่อยากบอกว่าหนุกดี ตอนโพสต์ (อยู่ที่หน้า Upload and post a photo) เราเจอข้อความว่า
Just send your photos to pranitee.----@twitpic.com (ต้องอำพรางค่า ---- ไว้ กันใครมาโพสต์แกล้ง)
You can use the Subject line of the email to send a message along with your photo
เราก็กรี๊ด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
ปิดคอมเสร็จ
เราคว้ามือถือถ่ายน้องหมาอ้วน (ตุ๊กตากวางน้อย) แล้วส่ง mms เข้าเมลนั้นเลย
เมื่อเช้าก็เจอกุหลาบหนูบานหน้าบ้าน เลยเอาอีก ส่ง mms ไปอีก
พอได้เข้าเน็ต ก็รีบเช็คว่าเข้าไหม
ว๊าว ภาพเข้าด้วย ดีใจมาก ไว้ไปเที่ยวไหน จะได้โพสต์มาฝาก ทั้งที่ยังหาคอมหาเน็ตเล่นไม่ได้ (หน้าอย่างแกจะได้ไปไหน๊!!!)
เอาว่าอย่างน้อยเราก็มีที่โพสต์รูป โพสต์ข้อความ จากมือถือ แล้ว ง่า... ดีใจ (คือกับบางคนอาจจะเฉย ๆ นะ แต่กับเรา เราดีใจอ่ะ เพราะมือถือของเรา มันไม่ได้แพง เป็นรุ่น 7 8 9 หรือเครื่อง ไม่อยากจะแซว แต่เราสามารถหาทางสนองตันหาของตัวเองได้ โดยไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่อ่ะ แค่นี้เราก็ดีใจแล้ว ดีกว่าพวกมีมือถือแพง ๆ แต่ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากรับสายกับโทรออก ปญอ มีปัญญาซื้อ แต่ไม่มีปัญญาใช้ให้คุ้มค่า สำหรับเรา มือถือเราคุ้มมากแล้ว กะจะใช้จนมันพังคามือนั่นแหละ ก๊าก...)
ก่อนหน้านี้ posterous.com ก็มีโพสต์ผ่านมือถือได้ ต้องลงทะเบียนเบอร์
และ ทวิตเตอร์ก็เช่นกัน ซึ่งทั้งสองบริการนี้ เราลองแล้วมันใช้การไม่ได้ สงสัยมันต้องเป็นเบอร์ที่อเมริกาอย่างเดียวมั๊ง คาดว่าอ่ะนะ ไม่รู้เหมือนกัน
จนมาเจอแบบที่เป็นเมลแหละ เจ๋งมากเลย เพราะว่าเราจำได้ว่า mms ส่งเข้าเมลได้ (ถึงไม่ค่อยได้ส่งไอ้พวกนี้เท่าไร [งกไง] แทบไม่เคยส่งเลย แต่เราบอกแล้วว่า ฟังก์ชั่นในมือถือเรา เราเล่นครบทุกอย่าง ห้าพันเก้าเมื่อสามปีก่อน ปัจจุบันมันคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ ถึงไม่ค่อยใช้ แต่ก็รู้ว่ามันทำอะไรได้บ้าง - ถามตัวเองดูเดะ ว่ามือถือที่แข่งกันเปลี่ยนเนี่ย รู้รึเปล่าว่ามันทำอะไรได้บ้าง นอกจากที่คอยเอาไว้อวดชาวบ้านกับโทรเข้าออก)
ไปดีกว่า เมื่อยแล้ว
เอาว่า ถ้ารู้อะไร จะมาเล่าให้ฟังใหม่
ปล. วันนี้เรียนจำลองคอมเป็นเซิร์ฟเวอร์ สับสนมาก ขนาดเคยลองทำแล้ว (ตอนลองลงมูเดิลเอง) ถามจริง ใครจะช่วยแปลไทยเป็นไทยได้บ้าง เราสงสัยว่ะ ว่าจำลองเครื่องเราเป็นเซิร์ฟเวอร์ แล้วถ้าจะเอาขึ้นเว็บ มันส่ง ftp เข้าไปได้เลยเหรอ เท่าที่เราเคยรู้ เหมือนจะไม่ได้อ่ะ หรือไงวะ ยังไงถ้าเราหาคำตอบได้ เราจะมาเล่าให้ฟังแล้วกัน แต่ขอบอก หมดคาบจริง ๆ ไม่มีใครทำได้เลย เจอปัญหาเยอะมาก
ปล๒. รบกวนคนที่เราไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว และเมลโฆษณาบ้าบอคอแตก กรุณาอย่าส่งเมลกราดหาเรา เรารำคาญ! (ขอโทษ เราว่าเราย้ำหลายรอบแล้วนะว่าเราขี้รำคาญ) ทุกวันนี้เราไม่เปิดอ่าน และถ้ายังไม่เลิกส่ง เราจะบล็อกเมลของคุณด้วยนะคะ เบื่อมาก เวลาเข้าไปเจอในอินบอกซ์ว่ามีเมลเป็นสิบ แต่เอาเข้าจริง มันคือโฆษณาห่าเหวอะไรไม่รู้ แช่งให้แม่งบริษัทเจ๊งเลย แล้วก็พวกเมลเล่านู่นนี่นั่น เบื่อ...มาก
ไปแล้ว ไอ้บูมโทรมา ไปเมาท์แล้ว
วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2552
กฎการไหว้วานคนอื่นทำงาน
แต่ไม่ได้จด จำไม่ได้ ก็ด่าซ้ำ ๆ เหมือนเดิมแหละ
"การศึกษาไทย เป็นแบบ แพ้คัดออก" เมื่อไรจะเปลี่ยน
แล้วถ้าอยากให้คนฉลาด ทำไมไม่พยายามให้การศึกษากับทุกคนทุกระดับ (ที่ไม่อยากให้ เพราะกลัวคนมันจะฉลาดขึ้น แล้วจะทำให้ปกครองยากขึ้น ใช่ไหม? จึงปล่อยให้มัวเมา เมามัว อยู่กับสิ่งบันเทิงเริงรมย์ หาแก่นสารไม่ได้) เออ และเมื่อไรมันจะฟรีจริง ๆ ไม่ใช้ปากบอกว่าฟรี แต่สุดท้ายนี้ ก็ยังเสียตังค์อยู่อ่ะ (ผู้ปกครองเด็กคุยกัน ได้ยินมา)
วิทยพาณิชย์ขึ้นสมองกันสุด ๆ เห็นจบจบกันมา ก็ไม่เห็นทำห่าอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองเลย
เอาเหอะ ช่างมัน เราเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ด่าไปก็เท่านั้น เหนื่อยเปล่า เสียสุขภาพจิต
...........................................................................................
สมัยเด็กเราชอบตั้งกฎบ้าบอคอแตกมาก (เลียนแบบผู้ใหญ่)
มาดูกฎนี้กัน ก๊าก...
กฎการไหว้วานคนอื่นทำงาน
๑. ถ้าไม่เคยดีกับคนที่คุณจะวาน ก็อย่าคิดมาวาน เพราะเสียเวลาเปล่า ถ้ามันทำให้ก็แปลก
๒. ถ้าไม่เคยดีต่อกัน แต่อยากใช้งานเลยเพิ่งมาทำดีใส่ เพิ่งทำแค่ครั้งสองครั้ง ก็อย่าเพิ่งไปวานเขาเลย เพราะมันทุเรศ (เผื่อมีใครทำแบบนี้อยู่ ก๊าก... คุณจงทำดีต่อเขา โดยทำจากใจเหอะ อย่างน้อยก็ต้องคิดดีกับเขาให้ได้ก่อน ไม่ใช้มาเสแสร้งตอแหลไม่กี่ครั้งเพื่อประโยชน์ส่วนตัว)
สรุปของสองข้อแรก ถ้าคุณไม่เคยทำดีกับเขา และใจก็ไม่รู้สึกดีกับเขา แม้คุณจะมีตำแหน่ง มีอาวุโส มีห่าเหวอะไรก็ตาม เหนือกว่าเขา ก็อย่าไปใช้หรือไหว้วานอะไรเขาเลย เพราะว่า มันทุเรศ ผลงานที่ออกมา ก็คงไม่ได้ดีไปกว่าจิตใจและพฤติกรรมที่แท้จริงของคุณที่มีต่อเขาหรอก ต่อให้เขาไม่ใช่คนเลวร้าย แต่เชื่อว่า เขาก็ทำไปตามที่สมควรนั่นแหละ ดังนั้นเสียเวลาวานเปล่า ๆ ที่จะไปวาน "ทำเองเหอะ"
๓. ถึงจะดีต่อกัน ก็ไม่ได้แปลว่าจะวานได้ทุกเรื่อง รู้จักไหมยะ ว่า "ตน เป็นที่พึ่งแห่งตน" น่ะ ดังนั้นจงพยายามทำด้วยตนเองซะก่อน (พยายามจริง ๆ อย่าพยายามแต่ปาก อย่าดีแต่พูดว่า "พยายามแล้วนะ ทั้งที่จริง ๆ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย - เหมือนเรา ก๊าก!") ถ้าทำไม่ได้ค่อยวานคนอื่น อย่าวานเต็ม ๆ ควรไปขอคำแนะนำจะดีซะกว่า ยังไง "ตนก็ยังเป็นที่พึ่งแห่งตน"
๔. อย่าคิดจะวานคนอื่น โดยหวังว่าเขาจะตอบแทนบุญคุณของคุณ (ลำเลิกบุญคุณ) ควรให้เขาสำนึกบุญคุณของคุณเองเถอะ ถ้าไปลำเลิกบุญคุณกับเขา คิดเหรอ ว่าเขาจะทำให้คุณแบบดี ๆ ไม่มีทางหรอก ไม่มีใครชอบการลำเลิกบุญคุณ อย่าคิดว่าตัวเองสำคัญหรือมีบุญคุณมากมายขนาดนั้น ถ้าเขามองเห็นบุญคุณเขาจะตอบแทนคุณเอง โดยที่คุณไม่ต้องเอ่ยปากทวง
๕. อย่านินทาคนที่คุณไหว้วาน ในลักษณะดูถูก ในความโง่ ง่าย ที่ยอมทำงานให้คุณ เช่น ไอ้คนนั้นมันโง๊โง่ เอาขนมไปให้มันกินหน่อย ก็ใช้งานได้สบายแล้ว (ได้ยินผู้ใหญ่หลายคนพูดถึงพนักงานน้อย ๆ แบบนี้บ่อยมาก ซึ่งรู้สึก อนาถใจว่ะ) ถึงเขาจะต้องการสิ่งตอบแทน เช่น ของกิน เงิน การเลื่อนตำแหน่ง คุณงามความดี (ซึ่งมันเป็นสิ่งจำเป็นต่อเขา อันนี้รวมถึงความสัมพันธ์แบบหัวหน้ากับลูกน้องด้วย ถึงจะเป็นการทำงานงานและรับเงินเดือนก็ตาม ก็ควรคิดแบบที่เรากำลังจะบอก) แต่อย่าลืมว่า เขาก็ถือว่ามีบุญคุณกับคุณเหมือนกัน (ไม่ได้มาลำเลิกแทน แค่อยากให้คิดได้้บ้าง) ที่ยอมมาทำงานให้คุณ ถ้าไม่มีเขา งานคุณก็จะไม่เดิน แล้วคุณตอบแทนคนที่ช่วยคุณ ด้วยการกล่าวถึงลักษณะดูถูกเหยียดหยามแบบนี้ มันเป็นสิ่งที่สมควรแล้วเหรอ ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเอง คุณก็มีหน้าที่ เขาก็มีหน้าที่ และเขาไม่ได้มาขอคุณกิน ดังนั้นอย่าดูถูกเขา แล้วจะได้ช่วยเหลือกันไปได้นาน ๆ (เป็นลักษณะของการเอื้อเฟื้อ พึ่งพา อาศัยซึ่งกันและกัน)
๖. ไม่ต้องปากหวานมาก เวลาวาน ก็พูดภาษาปกติ ทางที่ดี ควรพูดจาให้ดีต่อทุกคน เวลาจะวานจะได้ไม่ต้องออดอ้อนให้น่าอ้วก เห็นเราปากจัดในบล็อก แต่ตัวจริงเราไม่พูดหยาบคายหรอก เพราะมันทำให้ติด เอาไปหยาบคายกับคนอื่น ๆ (ที่เขาไม่สมควรได้รับฟังคำหยาบคาย) ได้ง่าย ทำให้รู้สึกแย่ อาจทำให้สับสน สื่อสารลำบาก พูดภาษาสุภาพตามปกติให้เป็นนิสัยดีกว่า (หลายครั้ง เห็นพวกหยาบคาย พอมันมาพูดดี ๆ ด้วย แม้ยังไม่เอ่ยปากวาน ก็พอจะเดาได้ว่า จะมาใช้งานอีกแน่นอน ไม่งั้นไม่พูดแบบนี้หรอก หรือคุณอยากกลายเป็นคนแบบนี้ ในสายตาของคนอื่น ถ้าอยากก็จงพูดหยาบคายต่อไป ขอบอกว่า เราติดลบจริง ๆ ส่วนใหญ่ไม่ช่วยด้วย เพราะคิดในใจว่า "เวลาจะใช้ ทำมาเป็นพูดดี ดังนั้นไม่ช่วยดีกว่า จะได้ไม่เกิดเป็นเงื่อนไข เพราะไม่ว่าจะพูดยังไง เราก็คงไม่ช่วยคนแบบนี้ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเถอะไอ้เพื่อนเอ๊ย")
๗. ถ้าวานทำงานอะไรสักอย่าง หากรู้ตัวว่าเป็นคนสับสน จงหาตัวอย่างไปให้เขาดูว่า สิ่งที่คุณอยากวานเขาทำ "มันหน้าตาเป็นยังไง" แล้วคุณต้องการให้มันต่างจากตัวอย่าง "อย่างไรบ้าง" กรุณาจด อย่าสั่งแต่ปาก เพราะว่ามันน่ารำคาญมาก (คำพูดของคุณไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์ขนาดนั้น) การจดให้ ทำให้มันชัดเจน แน่นอน ความผิดพลาดย่อมน้อยกว่า การเสียเวลาจากการซักถามเพิ่ม ก็น่าจะน้อยกว่าด้วย (เราเคยเห็นคนที่สั่งงานแต่ปาก ด่าคนที่เขาจ้าง จ้างเลยนะ ไม่ใช่วาน ให้เราฟังว่า ไอ้นั่นรับจ้างซะเปล่า แต่โง่ แก้แค่นี้ก็ไม่ได้ แล้วมันก็ให้เราทำแทน ซึ่งเท่าที่เราฟัง เราคิดว่าไอ้คนที่สั่งเรา ก็โง่เหมือนกัน สั่งบ้าอะไรไม่รู้ กว่าจะเข้าใจก็ถามกันนานมาก เสียเวลาสุด ๆ คิดในใจว่ามันคงจะเอาเราไปด่าต่อแหง ๆ ว่า โง่ แค่นี้ก็ไม่รู้เรื่อง ช่างหัวมัน อยากพูดไรพูดไป ทั้งที่จริง ๆ "มันนั่นแหละ ที่สั่งไม่รู้เรื่อง" ดีแต่ว่าคนอื่น ไม่ดูตัวเองเลย ก๊าก... แต่เราก็ทำงานนั้นจนเสร็จนะ)
๘. อย่าวานซ้ำ วานซาก วานไม่จบไม่สิ้นสักที เพราะน่ารำคาญมาก เวลาจะวาน จงวานเป็นครั้ง ๆ และระบุแน่นอนว่างานครั้งนี้ที่วานมันมีขอบเขตกว้างขวางมหาศาลแค่ไหน บอกตั้งแต่แรก อย่ามีการเปลี่ยนแปลง เราเคยรับปากช่วยงานคน จากงานที่เขาพูดว่านิดเดียว กลายเป็นใหญ่โคตร เราเลยเขวี้ยงงานมันทิ้ง แล้วบอกว่า เสียใจ คุณผิดสัญญา แบบนี้ไม่ทำให้หรอก จะแกล้งหรือไม่แกล้ง จะจงใจหลอกใช้งานหรือไม่จงใจ เราก็ไม่ทำให้แล้วทั้งนั้น รำคาญ จะวานใครก็หัดชัดเจนในตัวเองก่อนด้วย
๙. ตรวจสอบงานทันทีที่ได้รับ จะได้ช่วยแก้ไขได้ทันที อย่าดองไว้สามชาติ อยู่ดี ๆ ก็มาขอให้ช่วยแก้ไขส่วนที่ผิด ถ้าแบบนี้ บางทีอาจหมดหนทางเพราะเขาอาจลบงานคุณทิ้งไปแล้ว (ก็คุณมาวาน ไม่ใช่งานเขา แล้วจะให้เขาเก็บไว้บูชาหรือไง) ถ้าเจองี้ เขาไม่ผิด คุณจงโทษตัวเองเหอะ
๑๐. .... มีอีกเยอะ ขี้เกียจคิด
เป็นไปได้ อย่าไหว้วานใคร จงทำด้วยตนเอง
และสำนึกบุญคุณคนที่ช่วยคุณเถอะ เพราะเขาจะไม่ช่วยคุณก็ได้ แต่เขาก็เลือกที่จะช่วยหนิ จริงไหม!
ไปดีกว่า ฮ่า...
วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2552
เวลาเห็นใครตีกัน พยายามเป็นแค่คนดู แล้วคุณจะรู้เท่าทัน
คือ เอาไงดี เล่านี้นิดนึงก่อนแล้วกันนะคะ
ต่อไป ถ้าเป็นอยากให้มีที่เราให้รายละเอียดไม่ได้ เช่น เรื่องมันซับซ้อนมาก หรือมันเป็นระดับฟิสิคอลอะไรทำนองนี้ (ก๊าก...) เราจะไปโพสต์ว่าอยากให้มี ที่ http://noknok.sanook.com/pranitee แทนนะคะ
อย่าล่าสุด ไปโพสต์มาแล้วเรื่อง โปรแกรมที่อ่านได้ทุกนามสกุลไฟล์ (พัฒนาเรื่อย ๆ) เป็นฟรีแวร์ รายได้มาจากรับบริจาค (โดเนชั่น อ่ะ) ดีมะ อยากให้มีนะคะ
ลองไปคิดกันต่อดูเอาเอง
ที่จะโพสต์ที่นก ๆ เพราะว่าจะได้เร็ว ๆ ดีค่ะ เรากะจะไม่ไร้สาระแล้ว อาจพูดซ้ำเดิมแบบนี้มาบ่อย แต่จะพยายามค่ะ คิดได้ ก็จะโพสต์สั้น ๆ ทิ้งไว้ ใครจะคิดต่อ ทำต่อ ตามสบายเลยค่ะ เราคิดได้ทั้งชาติ ก๊าก...
...............
เข้าเรื่องกันต่อ
...............
ถ้าใครเข้ากูเกิลกูรูอยู่ตอนนี้ จะพบว่ามีสมาชิกท่านหนึ่ง(๑) กำลังตั้งคำถามด่าสมาชิกอีกท่านหนึ่ง(๒) อย่างดุเดือดมาก
จากคำตอบของ(๒)ที่ดูไม่ชัดเจนอ่ะค่ะ
แต่คำถามของ(๑)ก็ส่อแววไม่ไปได้หลายแง่หลายมุมนะคะ
เราคงไม่ยกมา เพราะคาดว่า น่าจะถูกกำจัดโดยแอดมินของกูเกิลกูรูเร็ว ๆ นี้แน่นอน (หรือไง? ไม่รู้)
............
เราอยากจะบอกว่า ในฐานะที่เราเป็นคนนอก (ไม่ใช่ ๑ และ ๒) เราขอบอกว่า เรื่องมันไม่มีอะไรเลยนะคะ
คุณ (๑) ทำไมต้องโกรธมากมาย มันทำให้คุณเสียเครดิตอ่ะค่ะ
คำตอบในกูรูคุณจะหวังอะไรมากมาย นานาจิตตังคนเรา มีทั้งตอบดีตอบไม่ดีปนกันไป เขามาตอบ ก็ไม่ได้ได้เงินได้ทองอะไร ทำไมคุณต้องไปคาดหวังอะไรมากมาย
การมาตั้งคำถามด่า ตอบโต้ มันไม่เป็นผลดีเลย ทำให้คนเขารู้เปล่า ๆ ว่าคุณเป็นคนที่คิดเล็กคิดน้อย จากที่คนไม่เห็นคำถามคุณ เขาก็แห่กันมาดูใหญ่ (หรือเป็นวิธีทำการตลาดวิธีหนึ่ง ขอบอก พวกทำโฆษณา พวกทำโปรโมทจะรู้เทคนิคนี้ดี มันคือการทำอย่างไรก็ได้ ให้เกิดประเด็น ซึ่งคาดว่าคนส่วนใหญ่ มักจะสนใจแห่ตามไปดูต่อ ว่ามันเป็นมาไงและจะเป็นไปไง)
เรื่องจริง ๆ ไม่มีอะไรเลย มันเป็นเรื่องที่คนนอกที่อ่าน (อย่างเรา) แทบจะไม่ใส่ใจ จริง ๆ มองข้ามไปเลยด้วยซ้ำ ไม่อ่านเลย (ขี้เกียจ ส่วนใหญ่เราอ่านคำถามแล้วตอบเลย) มีอ่านบ้างตอนกดให้คะแนน
...........
ดังนั้น เวลาที่ใดก็ตามที่คุณเห็นคนตีกัน จงอย่าฝักใฝ่ฝ่ายใดค่ะ จงพยายามมองอย่างเป็นคนนอก แล้วคุณจะรู้ว่าจริง ๆ แล้ว มันก็เป็นแค่เรื่องขี้หมาจริง ๆ (ญาติ ๆ กับน้ำผึ้งหยดเดียว)
อย่าคิดว่าเราเป็นคนดีเด่เด่ออะไรเลยนะคะ เมื่อหลายวันก่อนเราก็ไปตอบจนโดนด่ามาเหมือนกัน
อันนี้เราต้องให้อ่าน คำถามนี้
ขอพูดเหตุผลส่วนตัวจริง ๆ ว่าเราไม่ได้ตอบเพื่อสะสมคะแนนแล้ว เราตอบเพราะอยากช่วยคิด (และคนที่มาใช้กูรู ก็น่าจะอนุมานได้ว่าชอบการคิดชอบการตอบ และมีใจเป็นกลางพอ)
ตอนเราตอบ เรายอมรับว่าเราผิดที่ตั้งใจไปยกตัวอย่างกรณีหนึ่ง ที่เราอยากด่าคนจริง ๆ (ซึ่งในชีวิตจริงมันด่าไม่ได้) ก็เลยไปด่าลงกูรู อันนี้เราผิดเรายอมรับแน่นอน
แต่มันผ่านมาแล้ว เราก็เฉย ๆ นะ แต่ที่จะชี้แจ้ง เพื่อจะให้คุณผู้อ่านเห็นว่า ไม่ใช่มีแต่คุณเท่านั้นที่โกรธได้ ใคร ๆ ก็โกรธได้ ขาดสติได้ ประสาทได้ และการที่คนมีความคิดเห็นต่างกันก็ทำให้เกิดปัญหาได้
เราเห็นคำถามเขาเป็นแบบนั้น
เราก็อยากเสนออีกมุม (เพราะพอดีเพิ่งเจอมาไง) ตามที่ตอบอ่ะนะไปอ่านเอง
ตรง
"...ฝากถึงคนที่เข้าใจว่า
ตัวเองเป็นคนแอบรักอยู่อ่ะนะคะ ว่า อย่าทำให้คนที่คุณอ้างว่้าแอบรักอยู่
ต้องเดือดร้อน เพราะเราเห็นมาหลายคนแล้ว (ทั้งเจอเอง
และเจอทางอ้อมจากเพื่อน) มันอ้างว่าแอบรัก ๆ
แต่กลับมาทำตัวป่วนจวนกลายเป็นมือที่สาม คอยแช่ง (แม้ไม่ได้แช่งชัด ๆ)
ให้คู่เขาแตกแยก ไม่รู้มันแอบรักหรือทำตัวเป็นมารกันแน่ (ไม่ได้ว่าใครนะคะ
แต่อยากฝากไว้เฉย ๆ ว่าต้องแยกให้ออกระหว่าง "แอบรัก" กับ
"คุกคามคนที่คุณตั้งท่าจะเอาลูกเดียว" เพราะมันไม่ใช่สิ่งเดียวกันนะคะ
ถ้าใครเป็นอย่างหลังแล้วอ้างว่ารักเขา เราว่าเปลี่ยนความคิดเถอะค่ะ
เพราะคุณกำลังเป็นตัวปัญหา บาปกรรมมาก)
ย้ำจริง ๆ ว่าอยู่ที่ใจ
คนไม่ใช่คู่กัน ต่อให้ไปลากเขามา ก็ไม่มีวันอยู่กันอย่างเป็นสุขหรอกค่ะ บาปกรรมมาก
..."
พอเราโพสต์ด้วยอารมณ์ไปแล้ว เราก็อ่านทวน แล้วรู้สึกผิด
เพราะเรากลัวว่าคนที่ตั้งคำถามจะเข้าใจผิดว่าเราด่าเขา (ซึ่งไม่ใช่ เราด่าคนอื่น) เราจึงไปตอบอีกครั้งนึง ให้เขารู้ว่าเราได้มาระบาย เราอยากด่าคนอื่นนะ ไม่ได้ด่าคนถาม และเป็นการย้ำว่าแค่อยากมาชี้ให้เห็นจริง ๆ ว่าความรู้สึกที่เขาตั้งในคำถาม เป็นความรู้สึกที่ค่อนข้างอันตราย (เนื่องจากมันมีหลายแง่หลายมุม ไม่ใช่ว่าจะมองไปในทางที่ดีได้อย่างเดียว)
\แทรกนิด เราถูกโทรจันชื่อ a.exe ป่วนอยู่ ใครส่งมา ใครทำ เลวมาก ร่มแดงมันร้องเตือนตลอดเลย เซ็งจริง\
ต่อ ๆ
ทั้งหมดคือความพยายามจะชี้ให้เห็นว่าเราไม่ได้ว่าเขา และพยายามชี้ให้เห็นว่าเราขอโทษ (ที่ตอบแบบด่า ๆ แต่ไม่ได้ด่าคนถามแน่นอน ไม่ใช่การประชด ถ้าประชด เราคงจะไม่ไปตอบอีกรอบให้เป็นการตอกย้ำหรอก การไปซ้ำนั่นแปลว่าคนทำต้องคิดมาก - เราอ่ะโคตรคิดมาก ก็คงเหมือนกับทุกคนที่คิดมาก "แต่เรื่องของตนเอง" เหมือนกัน ย้ำว่า เหมือนกัน)
เราว่าคนถามคำถามเขาค่อนข้างเคืองเรามาก และเขาเลือกให้เราเป็นคำตอบที่ดีที่สุด (แทบจะโดยทันที) เพื่อให้เราเห็นว่าเราโดนติดลบคำตอบด้วย ซึ่งคงไม่ใช่ใครนอกจากเขากดลบคะแนนให้ (ซึ่งจะยังไงก็ได้ เราขอยืนยันว่าเราต้องการให้เห็นอีกมุมของสิ่งที่เขาถามจริง ๆ มันคือความจริงในโลก หากกดลบเราจนคะแนนหมดไปไม่มีเหลือ อย่างมาก เราก็แค่คะแนนเกลี้ยงเท่านั้นเอง จะให้เราทำอะไรได้ แต่อย่างน้อยที่สุดที่เรารู้คือ เราอยู่ในที่สว่าง เราบอกชื่อแซ่ ไม่พอใจด่าได้เลย แต่ด่าเราแล้วชีวิตคุณดีขึ้นไหม "เหมือนที่เราไปด่าคนอื่นในคำถามคุณ เห็นไหมว่าชีวิตเราไม่ดีขึ้นเลย แถมคุณยังเข้าใจผิด เสียดสีเราอีก" การอยู่ในที่สว่างแค่นี้ก็แปลว่าเรารับผิดชบอต่อสิ่งที่เราตอบแล้วระดับหนึ่ง "อย่างน้อยกว่ามากกว่า คนที่ใช้ชื่อแฝง ไม่รู้เลยว่าเป็นใคร ด่าด่ากันแล้วจะไปใส่ใจทำไม เพราะก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร?" ซึ่งคำตอบของเรา คุณจะรับได้หรือรับไม่ได้ มันก็อยู่ที่ใจคุณเท่านั้นเอง ก็ได้แต่หวังว่า "คำขอโทษในคำตอบที่สอง ที่ดันได้เป็นคำตอบที่ดีที่สุด" มันจะทำให้คุณรู้แค่ว่า "เราไม่ได้ด่าคุณ" แต่เราตอบตามความเป็นจริงในโลกเท่านั้นเอง)
จบประเด็นนี้นะคะ โดยส่วนตัวเราไม่ได้คิดอะไรมากมายนอกจากอยากเล่า (เราไม่รู้เราจะคิดมากทำไม ในเมื่อเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนถามคำถามนั้น เขาเป็นใคร? สิ่งที่เราเจอก็ไม่ได้แตกต่างจากที่หลายคนเจอ ที่มีคนด่าบ้าง ถูกหาว่าไปด่าเขาบ้าง จากการโพสต์ข้อความออกแนวสองแง่สองง่าม มีทั่วไป เห็นได้ตามทาง "ไม่ใช่ไหล่ทางแล้ว" ตามทางธรรมดาเนี่ยแหละ แปลว่าเห็นได้เยอะแยะเลย มองไปทางไหนก็เจอ ดังนั้นถ้าต่อไปคุณเห็นใครตีกัน ก็จงมองเถอะค่ะ แต่อย่าไปเลือกข้าง เพราะไม่มีประโยชน์หรอก คุณจะขาดความสามารถในการไตร่ตรองให้ครบทุกด้านไปซะเปล่า ๆ)
..................................
จริง ๆ มันไม่เกี่ยวกับชื่อเอนทรี่แล้ว
แต่
ขอเล่าต่อ เรื่องนี้อยากเล่ามาทั้งชีวิตแล้ว อยากเล่ามาก ๆ เพราะเพิ่งเข้าใจ (ถือว่าแถมแล้วกัน)
ตอนเราเด็ก ๆ เราเคยเห็นพี่ผู้หญิงคนหนึ่ง (สนิทมาก) ซึ่งลึก ๆ เราไม่ชอบเขาเลย (ทั้งที่เขาดีกับเรามากอ่ะ ดีคือใจดีนะ ไม่ใช่เลสเบี้ยน) ที่เราไม่ชอบเขา เพราะว่ามีผู้ชายมาชอบเขาเยอะ (ไม่ได้อิจฉา แต่เรามักมองว่า เขาคงให้ท่า หรือไม่เขาก็หลอกใช้ไอ้พวกหน้าโง่เหล่านั้น) ทั้งที่ตัวเขาเองก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว
ซึ่งเรา ก็ชอบไปยุให้เขาเลิกกับแฟนด้วย (อันนี้คงขี้อิจฉา แต่เราอายุห่างพี่คนนั้นพอสมควร คือ ออกแนวคนละวัย) ก๊าก...
แต่ทุกวันนี้เขาแต่งงานกับแฟนเขาแล้วนะคะ (เอาว่าเป็นครอบครัวที่น่ารักมาก ๆ)
และเราก็เพิ่งเข้าใจ (มันอาจไม่เป็นอย่างนี้ทุกกรณีนะคะ แต่ว่าเราขอสรุปแบบนี้ - ไมวะ ก็เราจะสรุปงี้ ใครไม่เห็นด้วยก็ alt+f4 ไป สิ้นเรื่อง)
การที่คนคนนึงถูกมองว่า "ให้ท่าหรือเปล่า" "หลอกใช้หรือเปล่า" ทำไมคนติดเยอะจัง คนชอบเยอะจัง
บางทีเขาก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย เขาก็อยู่เฉย ๆ แต่คนมัน (ขอใช้คำนี้ "เสือก") มาชอบเอง
เพราะพี่ผู้หญิงคนนี้เขาน่ารักมาก ๆ นิสัยดีมาก ผู้ชายหลายคนจึงหมายปองเขา
เขาต้องไกลกับแฟน แฟนไปเรียนเมืองนอก เขาติดต่อกันตลอด แต่ระหว่างนั้นก็มีคนมาขายขนมจีบตลอดเช่นกัน เรียกว่าหัวกระไดไม่เคยแห้ง
(เราคิดว่า มันแปลกนะคะ กฎที่ค้นพบโดยเรา กฎนั้นคือ "คนที่ไม่มีแฟน หรือไม่มีคนมาชอบ มั๊น...ก็จะไม่มีแฟน ไม่มีคนชอบอยู่อย่างนั้นไปจนแก่ตาย แต่หากอยู่ดี ๆ มันดันมีคนมาชอบ หรือมีแฟนแล้ว มันก็จะดั๊นมีตามเข้ามาอีกเป็นร้อยเป็นพัน เฮ้ย ไม่ใช่แล้ว! คือถ้าให้เรามอง เราขอมองว่าที่มันทีมาหลัง ๆ เป็นน่าจะเป็นลักษณะของมารอ่ะค่ะ ((หรือเป็นตัวลองใจ ซึ่งมีบ้างอาจจะเป็นตัวจริง แต่ส่วนใหญ่เราขอเชื่อว่าเป็นตัวมาร และเราเป็นคนที่คิดว่ารักแท้อยู่ที่่การกระทำของคนที่เรียกตนเองว่าเป็นคนรัก ซึ่งคนอื่นมันไม่มีสิทธิ์มาเกี่ยว เวลาคนรักจะมองความรักของตัวเอง ขอให้มองแค่ในมุมความรักของคู่ตัวเองเท่านั้น ไม่ต้องหาตัวมาเปรียบเทียบ เช่นคู่คนอื่น หรือคนอื่นอาทิมือที่สามสี่ห้า ความรักไม่ใช่การซื้อของ ไม่ต้องมองหาว่าอันไหนจะมีคุณสมบัติดีกว่าอันไหน ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจ)) แต่ทางจิตวิทยา หรือทางไหนก็ตาม อาจมองว่ามันเป็นเรื่องปกติที่พอคนที่มีคนชอบ เพราะอนุมานได้ว่า คนคนนี้ต้องสวยน่ารัก /หล่อเท่ ในสายตาคนที่ชอบเขา ซึ่งนั่นก็แปลว่าอาจจะมีคนอื่น ๆ มาชอบเขาได้เหมือนกัน หากชอบอะไรลักษณะนี้เหมือน ๆ กัน ----จะยังไงช่างมัน แต่กฎนี้เราเชื่อว่าเป็นจริง ที่ว่าถ้าไม่มีก็ไม่มี แต่ถ้ามีแล้ว ก็จะมีเข้ามาอีก อยู่ที่ว่าจะเลือกทำยังไงเท่านั้นเอง ไม่เชื่อก็คอยสังเกตชีวิตตัวเองแล้วกัน กฎนี้อ่ะนะ ก๊าก... แถมให้คนไม่มีแฟนที่อยากมีแฟน เคยไปตอบไว้ อ่านคำตอบเรา และคำตอบของท่านอื่น ๆ เลือกทำตามสบาย)
เล่าเรื่องพี่ผู้หญิงต่ออีกนิด คือ พี่เขาแต่งงาน วันแต่งงานยังมีผู้ชายคนนึงที่ชอบเขา มายืนทำหน้าหมาเหงา บีบน้ำตา บอกว่าขอให้คิดใหม่ อย่าแต่งเลย แต่งกับเขาดีกว่า (พอดีเราไม่ได้เห็นเอง ไม่งั้นจะไปตบกระบาลมันสักป๊าบ - แบบมันคันมือ) คนเรามันหน้าด้านกันได้ขนาดนี้เลยเหรอค่ะ กลับไปอ่านคำตอบที่เป็นปัญหาของเราใหม่นะคะ แล้วดูว่าคุณเป็นคนแบบนี้อยู่หรือเปล่า
เหตุที่ทำให้เราเข้าใจว่าพี่คนผู้หญิงนี้ไม่แย่อย่างที่เราเคยมองเขาไป เพราะว่าเราเจอเอง
เจอว่า อืม คนบางคนมันก็หน้าด้านจริง ๆ (โดยส่วนตัวเราจะชอบบอกให้คนที่เรารู้จัก รวมถึงพวกคุณ ได้รู้ว่าเรามีคนรักแล้ว เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะบอกว่าไม่มีไปทำไม ในเมื่อก็เรามีคนรักแล้ว) เราไม่เคยให้ความหวังใคร เพราะไม่รู้ว่าจะให้ไปทำไม โอเคว่าก่อนหน้าที่เราจะพบสุดที่รักของเรา เราเคยแชตเอ็มกับคนคนนึงซึ่งทำให้เราหลงพอสมควร (มันอ้อล้ออ้อติง ถ้าเป็นผู้หญิง ก็เรียกว่าแรด!) แต่หลังจากพบความปากหมามากของมัน (ดูถูกกูเหลือจะทน) เราก็ไม่อยากไปสนทนาอะไรกับมันอีก เพราะว่าคิดว่านี่ก็คือคนลักษณะนึงในโลก (โลกมีคนแบบนี้จำนวนไม่น้อยนะ น่าจะเยอะมากด้วยซ้ำ) ที่ โอเคว่า "รู้จัก คบหาธรรมดา" ได้ (ก็เป็นคน) แต่จะไปหวังพึ่งพาจริงจังไม่ได้หรอก ลื่นเป็นปลาไหลใส่สเกตก็ไม่พอ ลื่นกว่านี้ ราดน้ำมันเลยแล้วกัน แถไปเรื่อย หาความจริงใจไม่ได้ แต่ไอ้บ้านี้เราไม่นับมันเป็นคนที่เราชอบนะ เพราะบอกตรง ๆ หลงก็จริงแต่เป็นหลงแบบตะหงิด ๆ ยังไงบอกไมุ่ถูก (รู้สึกเหมือนมันมาจีบ ๆ แนวหลอกใช้ แต่มันไม่พูดตรง ๆ เลย อาศัยรู้ว่าเรานิสัยชอบช่วยเหลือ มันก็ได้อานิสงส์ด้วย และได้ก่อน เพราะถือว่าทำให้หลง พูดคุยกันตลอด เรียกว่าสนิทได้ - นี่ไงที่บอกว่าเป็นลักษณะของมาร) ซึ่งแน่นอน เมื่อเราถูกหลอกใช้ เราย่อมจะหลอกใช้มันคืนบ้าง เฮ้ย ไม่ใช่ เรียกว่าขอความช่วยเหลือจากมันบ้าง (เราคิดว่ามันควรแสดงน้ำใจ ทั้งที่จริง ๆ เราคิดผิด เราไม่ควรไปเรียกร้องขอน้ำใจจากใคร คนที่มีน้ำใจเขาจะอยากให้เอง)
ล่าสุด หลังจากไม่พูดไม่คุยนานพอสมควร (ส่วนใหญ่มันจะทักเรา เราไม่ค่อยทักมันหรอก เราไม่ชอบทักใคร ถ้าไม่มีประเด็นอะไรคุย เราไม่มีเวลาคุยเรื่องไร้สาระ แม้แต่ตอบคำถามที่ว่าสบายดีไหมก็ตาม ถามอยู่ได้น่ารำคาญ มีพี่ผู้หญิงคนนึงชอบถามเรา เราเบื่อมาก ไม่ต้องถามก็ได้นะ ที่ว่าสบายดีไหม เป็นไงบ้าง เป็นคำถามที่ตอบยาก และคนที่จะถามได้ต้องเป็นคนที่ไม่ได้คุยกันเป็นเดือนเป็นปี ไม่ใช่เจอบ่อยกี่ที ๆ ก็ทักงี้ รำคาญมาก เห็นแล้วหงุดหงิดไม่อยากตอบ เราต้องเขียนบล็อก...ก๊าก...) เราก็ขอให้มันโหลดไฟล์(โหลดบิตอ่ะ)ให้หน่อย เพราะเราไม่อยากไปแถวแพลตตตินั่ม (เข้าใจไหมเนี่ย ก๊าก...) ซึ่งมันก็รับปาก แล้วคำถามที่มันถามเราคือ "จะแต่งงานหรือยัง"
เราก็คิดในใจว่า [เป็น ตัวเงินตัวทองอะไรเนี่ย ถามเพื่อ5ไร]
แล้วตอบไปว่า "ยังไม่แต่ง เดี๋ยวหนูกับที่รักพร้อมเมื่อไรก็แต่งเองแหละ่เพ่" (ประมาณนี้)
มันก็ตอบต่อมาว่า "ถ้าแต่ง ไม่ต้องชวนนะ" (ประมาณนี้)
เราก็คิดในใจว่า [กูก็คงไม่ชวนคุณหรอกค่ะ]
แต่เราอยากให้ขำ เราเลยไปขุดชื่อคนที่เราชอบล้านแปด มาบอกว่า คุณ...ก็คงไม่อยากไป คุณ...ก็คงไม่อยากไป เพราะว่าไม่อยากใส่ซองให้ ก๊าก... (ยกชื่อไปประมาณสี่ห้าคนเท่าที่นึกชื่อออก พิมพ์ส่งเดชไปงั๊น แก้สถานการณ์ให้มันฮา)
แล้วมันก็ตอบกลับประมาณว่า คนหลายใจก็งี้แหละ ทำให้คนผิดหวังมากมาย
เราคิดในใจ [มันผิดหวังเอง กูไปให้ความหวังใครตรงไหน แล้วนี่กูก็เล่ามั่ว มึงจะอะไรนักหนา เราคิดต่อไปว่า รู้งี้กูไม่น่าขอร้องให้คุณหาไฟล์ให้เลย ถ้ารู้ว่าต้องมาทนอ่าน อะไรเน่า ๆ งี่เง่าแบบนี้ "ที่ต้องทนอ่านเพราะอยากได้ไฟล์"]
ลึก ๆ เรารู้อยู่ว่ามันเป็นคนยังไง ก็คงพูดไปงั้น พูดเพื่อหวังให้เรารู้สึกผิด (ไม่มีวัน กูไม่ได้ทำไรผิด) หรือมันแค่พูดเล่น
จริง ๆ เราไม่ควรใส่ใจเลย ถ้าเรามองแบบคนนอกอ่ะนะ เพราะมันดาดดื่นมากอ่ะ อะไรแนว ๆ นี้ มีให้เห็นได้ทั่วไป
แต่เราแค่ไม่ชอบให้ใครมาใช้คำพูดแบบนี้กับเราว่ะ "กูนะ หาเรื่องจริง ๆ ถ้ากูไปแถว ๆ แพลตตินั่ม กูก็ไม่ต้องมาทนเห็นข้อความแบบนี้"
และผลสุดท้ายของกรณีนี้ก็คือ เราไม่ได้ไฟล์ (คือได้ แต่ใช้งานไม่ได้เลย) เราจึงรีบบอกมันโดยเร็วติดจรวดเลยว่า ไม่ต้องหาให้แล้ว เพราะเราโหลดตัวทดลองมาใช้แล้ว
และที่สำคัญกว่าคือ วันนี้ เราก็ได้ไฟล์ตัวเต็มจากอาจารย์แล้วด้วย (บังเอิญมาก ๆ) จอร์ช มันยอดมาก
มานั่งคิดตอนนี้ อืม น่าจะรอถึงวันนี้ ไม่น่ารีบร้อนหาไฟล์เล๊ย เสียรมณ์จริง
แต่ไม่เป็นไร
อย่างน้อยที่สุดเรื่องนี้ทำให้เราเข้าใจพี่สาวคนนั้นตรงที่ว่า บางทีเขาคงไม่ได้หลอกใช้ เขาแค่อยากขอร้องให้ช่วยทำให้เขาหน่อย จุดประสงค์คืออยากได้ความช่วยเหลือ ไม่อยากทำอะไรเอง อะไรทำนองนี้ (เราว่าลึก ๆ ผู้หญิงทุกคนชอบชี้นิ้วใช้งานผู้ชายนะคะ หรือว่าไง ก๊าก...) และคนที่หวังอะไรจากพี่สาวคนนั้นเขาก็แค่ทำให้ เพราะคาดหวังว่าววันหนึ่งพี่สาวจะสามารถตอบแทนให้เขาได้เช่นกัน ซึ่งนี่หรือคือรักแท้
"มันไม่ใช่เลยนะคะ รักที่เกิดจากการคาดหวังสิ่งตอบแทนเนี่ย"
สิ่งที่เรารู้ก็คือ (โอเค บ้า ๆ บอ ๆ แต่ก็สอนให้เข้าใจจริง ๆ ชัดแจ้งเลย)
เราได้เรียนรู้ว่า ไม่ต้องรีบร้อนก็ได้ บางทีเมื่อถึงเวลา มันก็มาเอง "เหมือนไฟล์"
เราเรียนรู้ว่า ถ้ารู้สึกไม่ดีกับใคร ก็ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวจะดีกว่า แล้วถ้ามันยังหาเรื่องเราอยู่ ก็คงเป็นกรรมเก่าชาติก่อนมั๊ง คงทำได้เพียงพยายามเลี่ยงหนีหลีกไกล แค่นี้ ไม่ต้องตอบโต้อะไร เพราะทำแล้วจะมีประโยชน์อะไร (มีแต่ยิ่งแย่่ยิ่งแย่)
และจงพยายามทำอะไรด้วยตัวเอง อย่าไปขอให้ใครทำให้ ยิ่งถ้าเป็นคนที่รู้ว่าเขาคิดไม่ดี ยิ่งอย่าไปไหว้วานเลยเชียว
อย่าทำอะไรที่ไม่ชัดเจน อาจชวนให้คิดเป็นสองแง่สองง่ามได้
ไม่เคยคิดอาฆาตพยาบาทใครเลยนะคะ
(ส่วนใหญ่คนที่เราด่า ๆ ก็ยังสื่อสารกับเราได้อยู่
ตามปกติ เราเกลียดนิสัย แต่ก็ไม่ได้คิดจะ
กีดกันหรือทำให้ใครเดือดร้อนจากความอคติ)
และหากเรื่องนี้พอมีประโยชน์อยู่บ้าง
เราขอยกประโยชน์ให้คนที่ถูกเราด่า
แต่ทางที่ดี ทำตัวอย่าให้โดนด่าดีกว่าค่ะ
เพราะเราเองก็ไม่ได้อยากด่าใคร
(ถ้าไม่ได้ขัดกับ "สิ่งที่น่าจะดีกว่า")
และไม่อยากโดนใครด่าด้วย
(ก็เหมือนกับทุก ๆ คนแหละค่ะ)
ทางที่ดี ใครรู้อยู่แก่ใจว่า คนที่คุณพึงพอใจ เขาดันมีแฟน มีคนรัก มีผัว/มีเมีย มีคู่แล้ว คุณก็จงอย่าไปเสือกเรื่องของเขาเลยค่ะ อยากจะรักเขา ก็เก็บไว้ในใจ ไม่ต้องคาดหวังอะไร ถ้ามันคือความรักที่แท้จริง ซึ่งเกิดมาจากความจริงใจ คุณก็คงไม่คิดที่เรียกร้องอะไรจากความรักนั้นเลยจริง ๆ ยิ่งเมื่อคนที่คุณพอใจ เขามีความสุขใจกับสิ่งที่เขาเป็นอยู่ (รักกับคนรักของเขา) คุณก็ต้องยิ่งรู้สึกยินดีมากกว่าที่จะไปนั่งเสียดาย น่าจะเจอกันมาตั้งนาน... อะไรทำนองนี้ ซึ่งไม่มีประโยชน์ แต่อย่างที่บอก อยากจะรักก็เก็บไว้ในใจ ไม่ต้องบอกใคร เพราะเขาที่คุณพอใจอาจซวย ทั้งที่เขาก็ไม่ได้ให้ความหวังอะไรกับคุณเลยด้วยซ้ำ
เราคงพูดได้แค่นี้
ทิ้งท้าย
- ถ้าเรายังมาเขียนบล็อกบ่อยแปลว่าเรายังทำตัวทุเรศอยู่
- ถ้าเราหายไป แปลว่า เรากำลังพยายามปรับปรุงตัวอยู่
- ถ้ามีอะไรก้าวหน้าในชีวิต จะมาเล่าใหม่อีกที
- พยายามจะใช้เวลาไร้สาระ (เราเรียกอะไรแบบนี้ว่าไร้สาระว่ะ) ให้น้อยลง เพราะว่ามันไม่ทำให้เรามีความมั่นคงในชีวิตขึ้นเลย 555
- สู้ต่อไป จอร์ชจริง ๆ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามบล็อกนี้
(และที่ไหนก็ว่าไป ทุกที่เลยแหละ)
มาก็เห็น ไม่มาก็ไม่เห็น
แต่ถ้าไม่มา ขอให้เข้าใจว่า
จะไปทำสิ่งที่ทำให้ชีวิตมั่นคง
สู้ต่อไป!+
ไปดูกูเกิลกูรูอีกที เขาด่าแรงจริง ๆ ค่ะ เฮ้อ... ประโยชน์มันคืออะไร? ทำไปแล้วมีใครได้ดีไหม? สิ่งที่น่าจะดีกว่ามีไหม? อนาถใจ ไปดีกว่า
เห็นคนตีกัน ต้องเป็นกลาง อย่าเลือกข้างใคร
ปล.คิดถึงตาอ้วนคุณหมูสุดที่รัก ไม่มีอะไรค่ะ เราแค่มีความสุขที่ได้บอกว่าคิดถึงกัน คร๊อก...zzzZZZZ พรุ่งนี้ (อ้่าววันนี้แล้วนี่หว่า นี่จะตีหนึ่งแล้ว อาจารย์ติดธุระ เลยงดเรียน ตื่นสายได้ ไม่งั้นคงไม่มานั่งบ่นบ้าอยู่นี่หรอก เอิ๊ก ๆ)
วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2552
ขอร้อง ได้โปรดช่วยใส่หน้ากากอนามัย ตอนอยู่ในที่เบียดเสียดหน่อยค่ะ
สารภาพบาปว่า เราไม่ได้ใส่เหมือนกัน แต่พรุ่งนี้จะใส่แล้ว
(ที่ไม่ใส่เพราะว่า ไปห้างไม่กล้าใส่ กลัวเขาจะมองว่าจะไปปล้นของเขา พูดตรง ๆ นะว่าเราไม่ชอบให้ใครมองเราว่ะ ไม่ชอบ คนมันไม่ใส่กันเลยอ่ะ ถ้าเราใส่ เขาก็มองเราเดะ ไม่ชอบให้ใครมองหน้า ตอนนี้ขี้เหร่มาก สิวขึ้นทุกอณูเลย เกลียดแอร์คอนดิชันเนอร์ว่ะ หรืออากาศมันโสโครกมากก็ไม่รู้นะ เราอยู่บ้านหน้าไม่แย่เท่าตอนนี้เลย หรือเราเครียดมากก๊าก...)
เรารู้ค่ะ ว่าหลายคนรำคาญหน้ากากอนามัย และคุณสบายดี ซึ่งเราโอเคนะ คนที่สบายดี ไม่มีสูดน้ำมูกซู๊ดซ๊าด ไอคอกแค๊ก ฮัดเช้ย หรือแม้แต่กระแอม อยู่เงียบ ๆ อันนี้โอเค ไม่ซีเรียส
แต่ส่วนใหญ่ที่เราเห็นคือ คนปกติเงียบ ๆ ใส่หน้ากาก (ดูเหมือนเขาจะเป็นพวกรักสะอาด และไม่ประมาท ซึ่งคนกลุ่มนี้มีน้อยสุด ๆ ในรถไฟฟ้า เราเห็นสักคนสองคนเท่านั้น)
ในขณะที่ อีพวกไอจามขี้มูกไหลย้อยเนี่ย ไม่เคยคิดจะรับผิดชอบสังคมเลย (เราว่าต่อไปให้ตำรวจจับดีไหม? จะได้ร่วมมือมากกว่านี้ โอเค๊เขาอาจไม่ได้เป็นสองพันเก้า แต่มันทุเรศอ่ะ เจอมาจัง ๆ เลย คุณป้าแก่สองคน ไอมาทางเรา เซ็งอ่ะ เซ็งมาก เราอยากกระโดดถีบเขาเลยอ่ะ แต่ไม่กล้าทำ กลัวติดคุกข้อหาทำร้ายคนแก่ มันแย่มาก ๆ บอกต่อ ๆ กันนะคะ ว่าได้โปรดเถอะค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าคนจะมองว่าคุณเป็นพาหะนำโรคหรอก เพราะที่คุณไม่ใส่อยู่เนี่ย นอกจากเขาจะมองคุณเป็นพาหะนำโรคแล้ว เขายังมองว่าคุณเป็นพวกเห็นแก่ตัวด้วย)
เราซื้อผ้าปิดจมูกมาแล้ว สามอัน ตั้งแต่วันจันทร์ ที่ซื้อเป็นผ้าเพราะว่า ซักได้
ซักแล้วด้วย แต่ไม่ได้เอามาใช้
ไม่ต้องห่วงค่ะ หน้ากากอนามัยที่ขายอันละประมาณสิบ ถูกแพงไม่มากมายกว่านี้ที่ใส่ ๆ กัน มันกันเชื้อโรคไม่ได้หรอกค่ะ แต่มันกันสารคัดหลั่ง เช่นน้ำมูก น้ำลาย ไม่ให้กระเซ็นไปถูกชาวบ้านโดยตรงได้ แล้วก็กันไม่ให้คุณเอามือโสโครกของคุณมาจับหน้าจับตาจับจมูกจับปากให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายยังไงล่ะ ดีออก วันวันจับอะไรสารพัด คือมันเป็นอัตโนมัตินะคะ ว่าถ้าหากมีอะไรมาปิดตรงส่วนนั้น ๆ จะทำให้เราเอามือไปจับส่วนนั้นน้อยลงด้วย (อย่างตอนนี้เราใส่แว่น ไปเรียนคอม เลยใส่แว่น ทั้งที่ใส่ไปงั้นแหละ ปวดตาจะตายชัก แต่กันไม่ให้เอามือไปแยงตา ซึ่งได้ผล หน้าก็แทบไม่อยากล้าง เพราะไม่อยากถอดแว่นวาง) ยังไงใส่หน้ากากเถิดนะคะ อย่างน้อยคุณก็จะได้ชื่อว่า "เป็นคนที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม"
เคยเขียนอีกภาคไว้แล้ว อยากให้อ่านด้วย คนละมุมกัน อยากให้อ่านมีวิธีป้องกันที่เจอมาจากหนังสือด้วย
พอไปถึงที่หมาย ซึ่งอากาศถ่ายเทดีแล้ว คุณจะถอดหน้ากากก็ตามสเบยนะคะ แต่ตอนอยู่ใน รถเมล์ รถไฟฟ้า รถใต้ดิน ขอร้องว่าจงใส่ค่ะ จงใส่ เพื่อตัวคุณเอง!
หน้ากากจะเป็นผ้า จะเป็นใยสังเคราะห์ จะเป็นกระดาษ จะเป็นแบบที่กู้ภัยเขาใส่กัน (ถ้ามีปัญญาซื้อมาใส่) ก็โปรดใส่เถอะค่ะ
ยังไงระวังมิจฉาชีพด้วยนะคะ (ใส่หน้ากากแล้วไม่เห็นหน้า ต้องระวังมากขึ้น)
วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2552
ปาหิน! อย่ารอให้ถึงคราวซวยของท่าน
เห็นเรื่องนี้มานานแล้ว ต้องบ่นด้วย
คุณเคยคิดกันไหมคะ
ว่า ถ้าคุณเป็นผู้มีอำนาจ คุณจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไง?
ถ้าเป็นเรา เราจะทำแบบนี้ "ปาหิน
ต้องให้รับโทษประหารเท่านั้น จับได้คาหนังคาเขา ไม่ว่าหน้าไหน
จะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ จะมีสติหรือไร้สติ มีโทษสถานเดียว
ไม่สมควรเป็นคนต่อไป"
มันต้องตาย เท่านั้น เพราะการปาหิน ไม่มีคนไม่เจตนาเขาทำกันหรอกค่ะ หินหนักก็หนัก ไม่ว่าเหตุผลใดก็ฟังไม่ขึ้น มันต้องตายสถานเดียว ยิ่งเป็นเด็ก ยิ่งสมควรตาย เพราะมีหน้าที่เรียนหนังสือหนังหา สาระแนปาหิน ก็ไปปาต่อในนรกแล้วกัน
อย่ามาหาว่าโหดร้าย
เพราะ ลองคิดดู ถ้าคุณโดนพวกมันปาหินใส่รถ
เหนาะ ๆ
๑) คุณ ตกกระใจ
แม้รถไม่เป็นไร แต่เชื่อว่าทุกคนต้องตกกระใจ
สมมตินะว่า รถไม่เป็นไร แต่พ่อแม่พี่น้องเมียผัวลูกหลานในรถคุณ เกิดตกใจจนหัวใจวายตาย (สมมติเป็นโรคหัวใจ) แม้รถไม่พัง แต่ญาติคุณตาย คุณจะรู้สึกยังไง
๒) แต่ถ้ากระจกรถแตก แต่คุณไม่เป็นไร ตกใจอย่างเดียว ซ่อมกระจกอีก
๓) ถ้าหลบหินได้ แต่เสียหลักไปชนอย่างอื่น ชนเสา ชนต้นไม้ ก็ตกใจ ก็เสี่ยงตาย
๔) ถ้าหลบหินไม่ได้ กระจกแตก มาโดนญาติคุณ หรือโดนคุณ
.
.
.
มีหลายแบบ ไปจินตนาการเอง
มันเป็นเรื่องที่ยอมกันได้ไหม? อย่ามาทำใจดี เพราะอยู่ดี ๆ ไม่มีใครบ้าไปยกหินมาปาชาวบ้านหรอก ถ้าไม่เจตนาอ่ะ
ไม่ว่าจะประสงค์อะไรก็ตาม
๑) ทรัพย์สิน
๒) เมาเหล้าอยากทำเอาสนุก ๆ
๓) ตอบสนองความต้องการของตนเอง ตนเองมีนิสัยชอบเลียนแบบ เพราะเป็นโรคจิตอย่างหนึ่งคือชอบทำความเลวเลียนแบบพวกเหี้ย ๆ
๔) อยากดัง (อยากทำให้เป็นข่าว)
๕) ชอบเห็นความวิบัติของคนอื่น
๖) ... เยอะแยะ ลองคิดดูว่า มันประสงค์ห่าเหวอะไรได้บ้าง
มาคิดอีกนิด เราว่าคนที่ปาหิน เป็นพวกขี้ขลาด ที่อยากแสดงสันดานดิบของตนเองออกมา
(เราว่าคนที่เลือกทำจะมีอาการเป็นโรคจิตด้วย) เพราะการปาหิน สามารถทำให้กระจกแตกได้
ซึ่งข่าวเคยออกบ่อย ๆ ว่า พอกระจกแตกแล้วหินอาจจะไปโดนคนในรถ ทำให้คนคนนั้นต้องตาย
พวกมันย่อมรู้ว่า การปาหิน จึงอาจทำให้คนตายได้
แต่มันก็ยังทำ เพราะลึก ๆ มันอาจจะอยากเห็นคนตายก็ได้ (ใครจะไปรู้ แม้ไม่รับก็เหอะ แบบนี้เขาเรียกว่าสามัญสำนึก ถ้าบอกว่าไม่รู้ แปลว่า ไม่น่าใช่คนปกติแล้วแหละ)
เป็นการฆ่าที่โหดร้ายมาก ๆ
เพราะว่า ฆาตรกร ไม่ต้องสัมผัสผู้ตายเลย (ไม่เคยมีปัญหาบาดหมางกัน ไม่เคยรู้จักกัน)
เพียงแต่เขวี้ยงหินไปเท่านั้น (ซึ่งเขวี้ยงหินไม่เหมือนการจ่อยิง ไม่เหมือนเอามีดแทง ไม่เหมือนหักคอ
ที่ฆาตรกรจะเห็นสภาพขณะที่เหยื่อกำลังตาย แต่ปาหินน่ะ มันไม่ต้องเห็นก็ได้ไง เห็นอีกทีคือตอนที่เขาตายแล้ว)
ยิ่งเล่ายิ่งอยากอ้วก
คือ เราไม่มีเจตนาร้ายอะไรนะคะ
แค่จะชี้ให้เห็นว่า ไม่มีหรอกค่ะ คำว่าไม่เจตนา จากคนที่ปาหิน ไม่มีจริง ๆ ทุกคนที่ปาหิน ล้วนเจตนา เจตนาให้โดน
เจตนาให้กระจกแตก เจตนาให้โดนคนในรถ หรือน้อยที่สุดคือเจตนาจะให้รถหยุด เพื่อหวังทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง
ดังนั้นต้องลงโทษหนักเท่านั้นค่ะ ลองอ่านจากนี่
ชอบคำตอบของคุณ Miscellanous
ผมว่าต้องทำทั้งสองทาง คือลงโทษตามกฎหมายบ้านเมือง และ ป้องกันตนเอง เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยคือ ตำรวจทางหลวง
ไม่ใช่แก้ที่ปลายเหตุอย่างเดียว
ตามท้องเรื่อง ผู้กระทำ ไม่ว่าเด็กผู้ใหญ่ ดูเจตนาแล้วคือ ประสงค์ต่อทรัพย์ ถ้ามีคนตายบาดเจ็บช่วยตัวเองไม่ได้ แล้วปลดทรัพย์
มันเข้าข้อหาเจตนาฆ่า ชิงทรัพย์
ถ้าเป็นประเทศตะวันออกกลาง เบาสุด ตัดมือทิ้งทั้งสองข้าง หนัก คือแขวนคอ แต่ต้องจับคนทำผิดจริงๆ ไม่ใช่จับแพะอย่างไทยในอดีต
ขณะ
เดียวกันสังคมต้องบอกกล่าวให้รู้ทั่วกันว่า
ถ้ามีรถมอเตอร์ไซด์วิ่งสวนมาแบบผิดทาง ให้ลดไฟสูงของรถเก่ง
เพื่อไม่ให้เขาเดือดร้อน และที่สำคัญต้อง
ชลอความเร็วลงให้มากที่สุดเท่า
ที่จะปลอดภัย รถช้าแรงสวนจะน้อยลง
แล้วยังต้องสังเกตมือคนที่ขับรถมอเตอร์ไซด์ หรือมือคนที่นั่งซ้อนท้ายว่า
จับก้อนหิน มีท่าทีจะยกเขวี้ยงมาใส่รถเก๋ง ตอนกระชั้นชิด อย่างน้อย
เอี้ยวตัว หรือ ก้มต่ำเล็กน้อย พ้นอันตราย
แต่ไม่อยากให้ขับรถหมุนพวงมาลัยรถหักหลบมันจะออกนอกถนนลงข้างทาง
เป็นอันตรายเหมือนกัน
เป็นเรื่องเจ้าหน้าที่ทางหลวงต้องตะเวณออกสอดส่อง บริเวณที่น่าสงสัย มีมอเตอร์ไซด์เพ่นพ่านในทางสวน หรือช่วยกันแจ้งทางหลวง
.......................
แต่ในขณะที่พวกเราไม่ใช่ผู้มีอำนาจ ออกกฎหมาย หรือไปดำเนินการจับมันไม่ได้
พวกเรา พวกคุณจะดูแลตนเอง ระวังตนเองกันยังไง เคยคิดกันบ้างไหมคะ?
๑) อย่าขับรถในเวลากลางคืน (เพราะเท่าที่เห็น ผู้ก่อเหตุมักก่อเหตุในเวลากลางคืน และเป็นถนนที่ค่อนข้างมืด) แต่บางคนก็มีความจำเป็นต้องขับกลางคืนอ่ะเนอะ เห็นใจว่ะ ที่เปลี่ยว ๆ จริง ๆ น่ากลัวทั้งกลางวันกลางคืนเลยนะ ไม่อยากจะคิดเลยว่ามีเกิดกลางวันบ้างป่าว ตามบ้านป่าเมืองเถื่อน ขนลุก
๒) ติดรั้วเหล็กนอกกระจกแบบรถขนเงินเลยดีไหม ? อย่างน้อย หินก็ไม่โดนกระจก โดนแต่รั้วเหล็ก
๓) ใครก็ได้คิดต่อที (คิดวิธีการติดตั้ง วิธีการทำงานของเครื่อง) แบบว่า นี่เราคิดเพื่อจะทำการจับคนร้ายที่ปาหินนะ โดยคิดว่ารถที่แล่น (อยากให้ทุกคันเลย ที่แล่นในที่เสี่ยง) ต้องมีกล้องวงจรปิด จับภาพในระยะรอบรถในมุมที่หินอาจมาสู่รถได้ เพื่อจะจับคนเลวให้ได้คาหนังคาเขา แล้วประหารมันเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง (อาจดูโหดร้ายมาก กรรมการสิทธิมนุษยชน หรือองค์การสหประชาชาติ จะกรี๊ด ๆ หรือเปล่า เราไม่แน่ใจ แต่ต้องทำให้เห็นว่ากฎหมายแรง และนี่ไม่ใช่การจับแพะ ถ้าจับได้จัง ๆ แล้ว มันต้องได้รับโทษแรงสุด เพื่อไม่ให้คนโง่ ๆ เอาเยี่ยงอย่างอีก)
๔) เมื่อเช้าฟังข่าว ว่ามีเป็นหนังสติกยิงหินแล้วนะ คิดกันต่อค่ะ ว่าจะป้องกันตนเองและคนที่คุณรักได้อย่างไร
ทำไมประเทศเราถึงน่ากลัวได้ขนาดนี้
ย้ำอีกครั้งนะคะ ว่า คนที่ปาหินทุกคน ล้วนปาหินด้วยความเจตนาค่ะ อย่ายกโทษให้มัน และอย่าปล่อยให้มันลอยนวล อย่ารอให้ญาติของพวกท่าน ๆ เป็นผู้รับเคราะห์ก่อน ถึงจะยอมจัดการพวกมันอย่างเด็ดขาด
ไม่ได้กดดันเจ้าหน้าที่นะคะ เห็นใจ และขอเป็นกำลังใจให้ด้วยค่ะ เข้าใจว่าพยายามแล้ว เนื่องจากถ้าชาวบ้านไม่ให้ความร่วมมือ ยังไงก็ยากค่ะเรื่องนี้ ยากs s s s
แต่ขอร้องให้ชาวบ้านปกติ ที่อยู่ในละแวกที่เกิดเหตุ รวมถึง ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่าน ช่วยกันดูแลค่ะ นี่คือปัญหาระดับชาติไปแล้ว มันน่ากลัวมาก ไม่รู้ว่าท่านจะซวยเมื่อไรนะคะ ต้องคิดงี้ ต้องช่วยกันค่ะ
ปล. เราเชื่อว่า ชาวบ้านละแวกนั้นอาจจะรู้ดี ว่าเป็นฝีมือของใครปา แต่เขาไม่ยอมบอก ต้องพยายามหาให้ได้ด้วยค่ะ ว่า "ทำไม"
ขอเอาใจช่วยทุกฝ่ายที่ดี ๆ และขอให้ปัญหานี้หมดไปไวไว
คิดคิดคิด
คลังข้อมูล
-
►
2011
(13)
-
►
พฤษภาคม
(8)
- หายใจไม่ออกตอนนอน แถมหลอนอีก
- ไว้จะอ่าน ตอนนี้ขี้เกียจ จะเอาออกจากบุ๊คมาก รกมาก
- หายใจไม่ออกตอนนอน, ไม่ค่อยสบาย
- ใช้ประโยชน์จากของในเน็ต พวกเฟสบุ๊ค และอื่น ๆ
- เวียนหัวอ้วกแตก
- บันทึกที่สอง บันทึกอาการเจ็บป่วยของเรา (ใช้คำเบา ๆ...
- เจ้าหน้าที่ติดเที่ยงมั๊ง ไม่มีคนรับ อ่ะ บันทึกแรก ...
- เอาที่นี่ไว้ช่วยจำ มันจะเวิร์คไหมเนี่ย แต่คิดว่าเว...
-
►
พฤษภาคม
(8)
-
►
2010
(28)
-
►
มิถุนายน
(9)
- เฉลย โอเน็ต ป.6 ไทย สังคม วิทย์ ถ้าเฉลยผิด ก็คือเร...
- เฉลย โอเน็ต ป.6 2552 อังกฤษ สุขศึกษาพละ เช่นเดิม ถ...
- เฉลย โอเน็ต ป.6 2552 เลข (ถ้าผิด ต่อว่าได้เลยค่ะ)
- หน้าตากระดาษคำตอบ ONET 2552
- เฉลย การงานอาชีพและเทคโนโลยี ให้นักเรียน (เช็คอีกท...
- เฉลย ให้นักเรียน (เช็คอีกที เพราะครูแอมอาจเฉลยผิด ...
- นับเลข หามาปะ ๆ ไว้
- โพสต์ขายเรือให้ลุง
- I love พิมเสน การบูน เมนทอล กานพลู ฯลฯ
- ► กุมภาพันธ์ (6)
-
►
มิถุนายน
(9)
-
▼
2009
(74)
-
▼
สิงหาคม
(10)
- ก่อนทำอะไรก็ตาม ขอให้นึกถึงเรื่องการจ่ายภาษี
- เครซี่!!!
- จำไว้ถ้าไม่อยากติดไวรัส กับของฝากมากมาย
- อยากให้มีอะไรแบบนี้เยอะ ๆ อ่ะ ทำบุญออนไลน์
- ขี้รำคาญ
- ไมโครบล็อกที่ร๊าก...
- กฎการไหว้วานคนอื่นทำงาน
- เวลาเห็นใครตีกัน พยายามเป็นแค่คนดู แล้วคุณจะรู้เท่...
- ขอร้อง ได้โปรดช่วยใส่หน้ากากอนามัย ตอนอยู่ในที่เบี...
- ปาหิน! อย่ารอให้ถึงคราวซวยของท่าน
- ► กุมภาพันธ์ (5)
-
▼
สิงหาคม
(10)
บทความที่ได้รับความนิยม
-
เล่าสรุป ๆ แล้วกัน เพราะอยากเขียนให้ครบเท่าที่อยากเขียน เพราะดูแล้ว เราไม่มีเวลายาวและเนิ่นนาน วันนี้กะมาเขียนให้ครบทุกเรื่องที่อยากเขียนเลย...
-
วันก่อนสงสัยเรื่องนี้มาก ถามพี่รุต (เพื่อนพี่ที่ชื่อจริงเหมือนเรา แต่พี่คนนั้นเขาโตกว่าเราหลายปี) พี่รุตคร๊าบ แอ มถามหน่อยดิ ที่พี่รุตเคยท...
-
ยาวมาก จุดประสงค์หลักอยู่ท้ายสุด เอาว่า หลัง *********** ก็แล้วกัน ถ้าอ่านไม่ไหว ก็โปรดอย่าอ่าน เพราะขนาดเราเอง ยังไม่อยากเขียนเลย เบื่อว...
-
เราสงสัยมานานแล้ว ว่า สบู่ก้อนกับสบู่เหลว อันไหนดีกว่ากัน? ดีกว่าในที่นี้คือ ดีต่อสภาพแวดล้อมมากกว่า จำได้ว่าเคยถามป๋าไปนานแล้ว (ตั้งแต่ยุคก...
-
บานบุรี (สีชมพู) ที่แสนจะน่ารัก แต่กินไม่ได้! ก๊าก... ชอบรูปนี้มาก ขนาดใช้มือถือถ่าย ไม่ได้แต่งอะไรเลยนอกจากกรอบ ใช้โฟโต้สกาป โอ้ย แค่อ...
-
เท้าความ ขี้เกียจเท้าแล้ว เฉลย โอเน็ต ป.6 ไทย สังคม วิทย์ ถ้าเฉลยผิด ก็คือเร... เฉลย โอเน็ต ป.6 2552 อังกฤษ สุขศึกษาพละ เช่นเดิม ถ... เฉลย ...
-
ต่อจากอันนี้ http://pranitee.blogspot.com/2010/06/blog-post_11.html (ความเป็นมา ก็อยู่ในนั้น) วันนี้การงานอาชีพและเทคโนโลยี . . . http://s8...
-
แบบว่า อยากเก็บไว้ตอนทำธุรกิจเองด้วย (เหรอ?) กร๊าก วิธีสมัครเฟสบุ๊ค http://www.google.co.th/search?q=%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%...
-
ความเดิม http://pranitee.blogspot.com/2010/06/blog-post_11.html http://pranitee.blogspot.com/2010/06/blog-post_14.html http://pranitee.blogs...
-
ตอนแรกพิมพ์กะจะเก็บไว้เป็นไฟล์ในกูเกิลดอกคิวเมนต์เฉย ๆ คิดอีกที ขอโพสต์เป็นบล็อกเลยดีกว่า คนอื่นจะได้อ่านแนวคิดนี้ด้วย เผื่อจะเป็นประโยชน์ แ...



