วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552

อยากจะบริจาค กับ ขอรับบริจาค จะเจอกันได้ยังไง

อยากจะบริจาค กับ ขอรับบริจาค จะเจอกันได้ยังไง?

กรณีที่หนึ่ง หนังสือ ((แบบว่าใจจริง จะเข้ามาเล่นเน็ตเพื่อบอกว่า กรี๊ด เราโทรไปหาห้องสมุดประชาชนอำเภอบางพลีมาแล้ว, ส่วนบางบ่อ (ตอบอัตโนมัติว่าเบอร์ไม่เปิดให้บริการ), บางเสาธง ด้วย
ซึ่งกรี๊ดมาก เพราะถ้าใครรู้จะรู้ว่าเรากลัวการโทรศัพท์มาก ตอนนี้เริ่มหายกลัวแล้ว))
เราถามไปว่า ว่า - อยากจะบริจาคหนังสือให้ ทางห้องสมุดจะรับไหม - ห้องสมุดตั้งอยู่ที่ไหน - ยกไปบริจาคที่หอสมุดได้เลยใช่ไหม
     ทั้งสองอำเภอเลยตอบว่า "รับบริจาค" แต่ที่บางเสาธงถามละเอียดยิบเลย หนังสืออะไร ยังไง เขาคงกลัวเราเอาลัทธิอะำไรไปปล่อยมั๊ง? ก๊าก... แถมเรียกเราว่าพี่ด้วย ก๊าก... (ต๊ายเสียงแก่จริงฉัน)
รับพวกแมกกาซีนเก่า หนังสือทั่วไป ได้หมดไม่มีปัญหา ที่บางเสาธงบอกด้วยว่า ถ้าที่ห้องสมุดเต็ม เขาก็จะเอาไป... (จำคำพูดเขาไม่ได้ แต่ประมาณว่าจะไปแจกจ่ายชาวบ้านให้ เราดีใจมากเลย น้ำตาไหลพราก ๆ) คิดว่าบางเสาธงอ่ะ ชัวร์กว่าแน่ ๆ เพราะว่า อยู่ในซอยเอแบคบางนา เวลาเราไปบ้านม่าเราต้องผ่านทางนั้น ถ้าเฮียย้ง (พี่ชายเรา) มารับพวกเรา ก็เจ๋งสุด ๆ จับหนังสือมัดเป็นแหนมโยนขึ้นกระบะท้ายไปเลย บริจาคหมดบ้านแน่นอน กร๊าก... (เพราะที่บางพลีเราถามว่า อยู่ตรงไหน เขาตอบว่า วัดกลาง เราก็ดันปากหนักไม่ถามต่อว่า วันกลางไหน ใช่วัดบางพลีใหญ่กลางไหม? แต่ถ้าใช้ก็ไม่ลำบาก เพียงแต่ไม่สะดวกเท่าที่แรก ก๊าก... เมื่อไรเฮียย้งจะมา เมื่อไรจะไปบ้านมา เมื่อไร ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ)

กรณีที่สอง
เทปเก่า เราได้ไปถามที่กูรู http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=1897096072463d85&table=%2Fguru%2Fuser%3Fuserid%3D04998322401865451016%26tab%3Dwtmtoa
พฤนี้ เราเลยจะแบกไปจำนวนหนึ่ง ไปส่งไปรษณีย์ให้เขา (ตามนั้น) ไม่เก็บแล้ว ใครคิดไงเราไม่รู้ แต่ถ้าเราซื้อเอง (ไม่มีใครในบ้านฟังเพลงแนวเดียวกับเรา) เรายกบริจาคเรื่อย ๆ จนหมดแน่ ๆ จะแบกไปฝากส่งในซอย กลัวไม่ถึงว่ะ กลัวคิดค่าบริการแพงด้วย (เพราะมันไม่ใช่ไปรษณีย์ของหน่วยงานไปรษณีย์ เป็นแค่เอกชนมาเปิดบริการ เราเลยตัดสินใจว่าว่า แบกไปส่งที่ไปรษณีย์ มศว แหละ หาเรื่องออกนอกบ้านด้วย ก๊าก... เพื่อไรเนี่ย!!!)

กรณีที่สาม เสื้อผ้าเก่า
ตั้งใจจะบริจาคให้ทัณฑสถานหญิงกลาง ไม่รู้เขาจะรับป่าว ใครรู้บ้าง ไปไม่ถูก โทรไปสายไม่ว่างเลย (จังหวะนั้น) เลยกลัว ไม่กล้าโทรว่ะ (กลัวอีกแล้ว กลัวจริง ๆ นะ ไม่ชอบคุยโทรศัพท์อ่ะ ไม่รู้เป็นอะไร คือรับสายอ่ะได้โลดมากเลย แต่โทรไปอ่ะ "ไม่" ไม่ชอบเลยว่ะ กลัวห่าเหวไรไม่รู้ แก้ไม่หายสักที)
แต่เอาเหอะ โทรเมื่อไรจะมาเล่า
เสื้อผ้าเรายังสภาพดีมาก ใครจะเอาไปไหม ยกให้ฟรีเลย มาแบกที ที่บ้านเรา
(อ่ะแปะเผื่อไว้ มาอ่านต่อวันหลัง เผื่อบริจาคไปนี่แทน หรือไงเนี่ย แปะ ๆ ๆ ๆ http://webboard.women.sanook.com/forum/2683884____%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B0___.html
http://forum.sanook.com/forum/?topic=2594869
http://forum.sanook.com/forum/?topic=2564660
http://forum.sanook.com/forum/?topic=2591060 )


กรณีที่สี่ ซีดี (พัง ๆ และไม่พังแต่ไม่อยากเห็นมันอีก เพราะมันรก)
เราเจอหน้านี้มา http://www.jobbkk.com/th/relax/webboard/viewtopic.php?id=2820 แต่เลยไปแล้วอ่ะ เราจะติดต่อ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ตู้ ปณ.10 ปณจ.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ 77150 (http://travel.ohpicpost.com/thread-3171-1-1.html) เองได้ป่าว ส่งไปเลยได้ป่าว ส่งไปรษณีย์อ่ะ แบบว่าไม่ชอบโทร เออ เมลไปได้ป่าววะ เมลไปดีกว่า เขาตอบว่าไร เดี๋ยวมาเล่าวันหลัง

กรณีที่ห้า กล่องเครื่องดื่ม ถามไว้แล้ว http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=7ac09df7740c90d2&table=%2Fguru%2Fuser%3Fuserid%3D04998322401865451016%26tab%3Dwtmtoa มาตอบทีดิ ถ้าไม่ตอบ เสาร์เราจะมาให้ท่านแรกที่ตอบเป็นดีที่สุดแล้วกัน อะไรกันนักกันหนาไม่รู้???

กรณีที่หก มีไรอีกเนี่ย

นึกไม่ออก แต่อยากบอกว่า หน่วยงานไหน ขอรับบริจาคอะไร หรือคนทั่วไป ก็ได้ ขอรับบริจาคอะไรก็โพสต์ ๆ ไปเหอะ เราเชื่อว่ามีคนอยากบริจาคเยอะอ่ะ แต่ไม่ว่าง ไม่สะดวกไปบริจาค เลยทิ้งซะเป็นส่วนใหญ่
จริง ๆ ห้างอ่ะ ตั้งจุดรับบริจาคทุกอย่างไว้ตรงจุดลูกค้าสัมพันธ์หน่อยจะดีไหม อยากให้ทุกห้างทำอ่ะ เพราะเราว่าห้างอ่ะ เป็นตัวกลางที่ดีมากเลย

เราอยากบริจาค แต่ส่วนใหญ่เราไม่สะดวก (รถไม่มี ถึงมี ก็ขับไม่เป็น ถึงขับเป็น ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ขับ) แท็กซี่ก็พอหาได้นะ แต่ไม่ชอบนั่งแท็กซี่คนเดียวว่ะบอกตรง ๆ
ล่าสุด เราต้องจ้างเพื่อนเรามารับพีซีเราไปซ่อมแล้วเนี่ย (แต่คาดว่ามันไม่ตกลงแหง ๆ เพราะว่าบ้านเราโคตรไกลบ้านมัน)

ถ้ามีประตูสารพัดสถานที่ก็ดีดิ ก๊าก...

บ่นไปงั้นแหละ

จริง ๆ จะบอกว่า เฮ้ย มาบริจาคกันเหอะ ล่าสุดเห็นข่าวนี้มา http://www.banbangkhae.go.th/newsdetails.php?news_id=54&l=th ดูก่อนว่าจะบริจาคอะไรได้มากน้อยแค่ไหน ใจจริงตอนนี้อยากเอาของในบ้านออกไปให้หมดก่อน แต่น่าเสียดายที่ ดูแล้ว ล่วนแต่เป็นของที่คุณตาคุณยายผู้สูงอายุไม่ต้องการเลย (จริง ๆ มีปรินเตอร์อิงเจทนะ hp3420 หมึกเบอร์ 27 28 ซื้อตั้งแต่เรารายงานตัวเข้าป.ตรีปีหนึ่ง โคตรเก่าแล้ว เขาจะเอาป่าวว้า... ใครอยากได้มาขอไปได้เลย อยากให้ จะเขวี้ยงแล้ว - อยากไปบริจาควัดสวนแก้ว ไม่มีใครไปเล๊ย จะไปเอง ก็ "ไม่ได้รับอนุญาตให้ไป")

หากมีคนสงสัยว่า "เมื่อไรแกจะเลิกบ่น?"
ตอบว่า "ถ้าได้รับอนุญาตเมื่อไร คงจะเลิกบ่น หรือ ถ้าดันเราเลิกบ่น อาจจะไม่ได้แปลว่าเราได้รับอนุญาต แต่เราแค่อาจจะปลงตกได้ หรือไม่ก็ตัดใจเลิกคิดแบบนี้ได้ เท่านั้นเอง มีผู้มีปัญญาหลายท่านบอกเราไว้ว่า เปลี่ยนโลกนั้นยาก ดังนั้นเปลี่ยนที่ความคิดของตัวเราเองจะดีกว่า ง่ายกว่าเยอะ อืม พูดง่ายแต่ทำยาก แต่ก็จะพยายาม

ไปแล้วเด้อค่ะ ไว้มีรายละเอียดอะไรจะมาเล่าใหม่

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552

อยากให้มี ร้านอาหารบ้าบ้าบอบอ, แบบสำรวจตนเอง เรื่อง...

โอ๊ย โอ๊ย



(๑)

อยากให้มี ร้านอาหาร แบบนี้ (อาจบ้าบ้าบอบอแต่ถ้ามี บอกเราด้วย เราจะไปกิน ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของประเทศไทย เราก็จะไปกิน มาโพสต์บอกด้วย เผื่อมีแล้ว แต่เราดันไม่รู้)

ไอเดียนี้เกิดขึ้นจาก วันนี้เราแวะเซนทรัลบางนา แล้วต้องกินข้าวกันเลย แต่เราก็สั่งเมนูสิ้นคิดตลอดกาลของเรา นั่นคือ ข้าวหมกไก่ (จากเดิมที่จะเป็นข้าวขาหมู) มันจะเป็นแบบนี้ แทบทุกครั้งที่เราไปศูนย์อาหารตามห้าง เพราะว่า... เอ่อ พูดตรง ๆ คือ เราว่าอาหารในห้างไม่ชวนให้เกิดความรู้สึกอยากกินสักนิดเลยว่ะ (คำว่าอร่อยไม่ต้องพูด เพราะเราเป็นคนที่ไม่มีนิยามคำว่าอร่อย หรือถึงมีก็ไม่เหมือนของชาวบ้าน อร่อยไม่มีมาตรฐานสากล มีแต่อร่อยแบบชาวบ้าน ชาววัง สูตรท่านนั้น ท่านนี้ ซึ่งไม่ใช่ทุกคนจะต้องชอบกิน ซึ่งเราเชื่อในรสความสุขมากกว่า ก๊าก... เพียงแต่ไปศูนย์อาหารแล้วไม่ค่อยนึกอยากกิน ไม่มีความสุข นาน ๆ ทีถึงจะมี ตอนนี้เหมือนกินเพื่อให้หมดมื้อไป ก๊าก...) ร้านอาหารแพง ๆ ก็ไม่ไหว แพงไม่มีปัญญากิน แล้วอาหารแพงก็ไม่ได้แปลว่าจะดี อาหารดีก็ไม่ได้แปลว่าแพง (จะพูดทำไม)



คือจริง ๆ เราจะบอกว่าเราสิ้นคิดไง



เราเลยอยากให้มีร้านอาหารที่มีเครื่องสุ่มอาหาร (ขอให้สุ่มจริง ๆ ไม่ใช่หวยล็อก ก๊าก... ไม่ใช่แบบมีตุ้มถ่วง หรือ ฉลากทั้งหมดมีตัวเลือกเดียว) งงอ่ะดิ

แบบสมมติเป็นแบบนี้แล้วกัน

นึกถึงรายการเกมโชวที่มีการเปิดป้าย

สมมติร้านอาหารนี้ชื่อ ป้าแอมชวนชิม (กร๊าก...! ชื่อร้านของเราในอนาคต)

ให้ร้านนี้มีอาหารสามสิบอย่าง

ฉะนั้นต้องมีป้ายสามสิบป้าย

แต่ละป้ายมีชื่ออาหารไม่ซ้ำกัน

ก่อนเลือกอาหารด้วยวิธีนี้ ต้องจ่ายค่าเล่น (เราถือว่ามันเป็นการเล่นอย่างนึง) เอ้า คิดถูก ๆ เลย แค่ ห้าบาท (ค่าดูแลป้าย ถ้าไม่เก็บค่าเล่น เดี๋ยวจะมีพวก"วอน"มาเล่นแล้วสุดท้ายไม่เลือกกิน คนคุมป้ายจะอารมณ์เสีย! ดังนั้นต้องมีตังค์ให้เขาหน่อย เป็นกำลังใจ ก๊าก...)

วิธีการก็คือ ลูกค้าเดินเข้ามา บอกว่าจะเล่นเครื่องสุ่มป้ายรายการอาหาร (ระบบจะเคลื่อนที่ป้ายสลับไปมา เหมือนสับไพ่อ่ะ กร๊าก... คือหมายความว่า ให้สับที่ป้าย เพื่อให้ไม่รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหนยังไง ให้ปนกันส่งเดช แต่ไม่ได้เปิดป้ายให้ดูก่อนนะเฟ้ย ไม่ต้องเปิดเลย ปิดไว้แหละ สับไปสับมาสักพักนึงแล้วก็หยุด)

แล้ว ... (เออ จะไม่มีการใช้ดวงไฟวิ่งสุ่ม ไม่ใช้ระบบอัตโนมัติใดใดทั้งสิ้น เพราะว่าเดี๋ยวมันมีการล็อกได้)

แล้ว เราก็จะให้ลูกค้าเดินไปชี้ว่าจะเอาป้ายไหน

ถ้าเปิดป้ายมาเป็นอะไร เช่น "ข้าวหมูแดง" (เปิดป้ายอื่น ๆ ด้วย ให้รู้ว่า มีครบสามสิบรายการนะจ๊ะ ข้าวขาหมู ขาหมา ขาควาย ฯลฯ ครบสามสิบป้าย เพื่อยืนยันว่าไม่ได้เป็นป้ายหลายอันที่มีตัวเลือกเดียวนะยะ) ถ้าคุณโอเคกับเมนูที่สุ่มได้ และตกลงที่จะกิน "ข้าวหมูแดง"  คุณก็แค่จ่ายตังค์ตามราคาที่ป้าย แล้วก็ไปนั่งรอได้เลย เดี๋ยวก็ได้กิน (ไม่ต้องเสียเวลาคิดว่าอยากกินอะไร ให้วุ่นวายจิตใจ ก๊าก... - เฮ้ย อีนี่มันเป็นปัญหาบ้าบ้าของเราจริง ๆ นะ ไม่รู้จะกินอะไรเนี่ย!)

เพื่อเป็นการช่วยคนสิ้นคิด ที่คิดไม่ค่อยออกว่าจะกินอะไรอยู่เสมอ ๆ



แต่ถ้าไม่ชอบตามป้าย จะจ่ายตังค์เล่นเพื่อสุ่มใหม่ อีกสักรอบสองรอบก็ได้ (มีตังค์จ่ายก็จ่ายไป แต่เออ ถ้าเอ็งไม่อยากกินหรือเป็นคนโคตรเรื่องมากเนี่ย ทีหลังเอ็งอย่ามาเล่นสุ่มนะ เอ็งกรุณาเดินไปสั่งอาหารตรง ๆ เลยดีกว่านะ สิ้นเรื่อง "จะได้ไม่ต้องเสียเวลามาสุ่ม" เพราะถึงจะเห็นเราเรื่องมากขนาดนี้ แต่เราไม่ค่อยเลือกกินนะ หมายถึง เลือกแค่ขอให้ดูสะอาด ถูกหลักอนามัย จะเป็นเมนูไหนก็กินได้หมด ไม่ค่อยถือนั่นนี่โน่น ไม่กระแดะนั่นไม่กินนี่ไม่ชอบ เช่นพวกไม่กินผักชี ไม่กินหอมใหญ่ ไม่กินกุ้งเล็ก ๆ เพราะราคามันถูกเกินไป ขอกุ้งยักษ์ อะไรทำนองนี้ ไม่กินแบบเวอร์ ๆ ฯลฯ ยกเว้นกรณีเดียวที่พอจะฟังได้คือแพ้อาหารเหล่านั้น แต่พอดีเราไม่แพ้อาหาร เออ ยกเว้นนมกับอะไรที่มันดูหยึ๋ย ๆ กลิ่นแรงน่าอ้วก นอกนั้นก็กินได้หมด แต่ก็นะ ร้านเรา เราคงไม่ทำเมนูควายวัว (เราไม่กินสัตว์ใหญ่) เก้งกวางแกะจรเข้งู (เราไม่กินสัตว์ป่า หรือรู้สึกว่าเป็นสัตว์ป่า) หมาแมว (เราไม่กินสัตว์เลี้ยง) หรอก ไอ้บ้า! ช่วยทำอาหารที่ผลิตจากผลผลิตที่มนุษย์ธรรมดาเขากินกันก็พอ อย่าเวอร์ แบบราคาจานละประมาณ 20-60 บาท (บาทราคาเงินนะ ไม่ใช่บาทราคาทอง) แบบที่มนุษย์เงินเดือนและมนุษย์ที่ยังไม่มีเงินเดือน พอมีปัญญาหาเงินมาจ่ายได้อ่ะ ก๊าก...)



ซึ่งร้านแบบนี้น่ะ ตอนนี้เราไม่รู้หรอกว่ามันมีอยู่หรือเปล่า (เคยรู้จากทีวีว่ามีแต่ร้านลุงท่านนึง ที่เป็นบ้าน เขารับลูกค้าแค่วันละแปดโต๊ะหรือไงเนี่ย ลูกค้าจะสั่งอาหารไม่ได้ และถ้าจะมากิน "ต้องจอง!เท่านั้น" พอมาถึงร้าน ลุงจะทำอาหารมาให้ โดยที่คนกินไม่มีสิทธิ์รู้ว่าจะได้กินอะไร จนอาหารมาตั้งที่โต๊ะนั่นแหละถึงรู้ แต่แบบนั้นเราไม่เอาอ่ะ เราไม่ได้อยากกินแบบนั้น) แต่เราอยากให้มีแบบนี้ว่ะ ก๊าก... อย่าลืมนะ ถ้ามี ก็มาแนะนำด้วย เราจะไปกิน หรือใครจะเอาไอเดียที่เราเขียนนี้ ไปทำก็ได้ ไอเดียเปิดป้ายไรน่ะเรายกให้ ไม่คิดตังค์ แบบว่าชอบ ๆ อยากกินสุ่ม ๆ ก๊าก... (กูบ้าป่าววะ) กะจะเลิกกินข้าวหมกไก่แล้ว หน้าเริ่มเหลือง ๆ เอิ๊ก ๆ



..........................................................



(๒)

อีกอันจะเขียนเรื่องไรวะ



อ๋อนึกออกแล้ว



วันนี้เปิดเทอมวันแรก ไป ม ไปงั้น ๆ แหละ

แต่ก็ได้คุยกับเพื่อน (เด็กเอกเอ) เพื่อนเอกเรา ไม่มาเลย ฮือ...



เราคุยแล้วเราพบว่า



เราอยากให้มี "แบบสำรวจตนเอง ในเรื่อง คุณมีความพร้อมที่จะเรียนปริญญาโทมากน้อยแค่ไหน" อยากให้คนที่เกี่ยวข้อง หรือคนที่อยากสร้าง มาลองสร้างแบบสำรวจตัวนี้ทีเหอะ โดยส่วนตัวนั้นเราอยากสร้างนะ แต่ใคร๊ (พูดเสียงสูง) จะมาเชื่อถือเรา ในเมื่อเราไม่มีความเป็นวิชาการ วิชาเกินอะไรทั้งสิ้น (ดีแต่บ่นด่าไปวัน ๆ - คนอ่านเสริม)

อย่าหาว่าเราเป็นพวกควาย จิตใจอ่อนแอ พ่ายแพ้อุปสรรค มักน้อย ถดถอย เรื่อยเปื่อยเอื่อยเนือย จัญไร (เพราะชอบแก้ตัว) เลย

(ถึงว่า ก็ว่าไปเหอะ ไม่มาเป็นแบบกูบ้าง คงไม่เข้าใจหรอก)

มันมีป่ะ ไอ้แบบสำรวจแบบนี้ เราสร้างแบบสำรวจนี้แล้ว ลองไปทำได้ถ้าคุณมีเฟสบุ๊ค ถ้าไม่มีก็สมัคร (๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๒)



ถ้าเราทำแล้วไม่มี เราจะได้ลาออกให้รู้แล้วรู้แรดไปเลย



เท่าที่เราสังเกตมา

เราค้นพบว่า

- คนที่เรียนไม่จบปริญญาโท นั้น ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นคนไม่เก่ง หรือคนที่ไม่มีความรับผิดชอบนะ ขอยกตย. ขอไม่บอกว่าใคร แต่คนนี้เรารู้จัก เขาเรียนโทไม่จบ (เมื่อสิบปีที่แล้ว) เพราะหมดคอร์สเวิร์คแล้วมัวไปทำงาน และดูลูก (เขามีครอบครัวแล้ว คู่ชีวิตเป็นชาวต่างชาติ) เขามีงานมีการทำซึ่งมีระดับ (ไม่ใช่ว่าเป็นพวกไร้ความรับผิดต่อชอบหน้าที่ ถ้าจะมองว่าไร้ความรับผิดชอบก็น่าจะไร้เฉพาะเรื่องเรียนโทอ่ะ) พอหลังจากนั้นสิบปี เขาก็กลับมาเรียนอีกที แล้วก็ทิ้งอีกอยู่ดี "เราคาดว่าที่เขากลับมา เพราะเหมือนเขาจะมีความคิดผุดขึ้นในใจว่า "ฉันอยากจะเอาชนะสิ่งนี้ให้ได้ ฉันต้องคว้าปริญญานี้มาให้ได้" "ฉันอยากจะเอาชนะคำสบประมาทของคนอื่น (คนที่เคยว่าในครั้งก่อนตอนที่ทิ้งเลยเรียนไม่จบ) ให้ได้" ฯลฯ แต่แล้ว เขาก็ไม่จบอีกอยู่ดี เพราะไม่มาเรียน ไม่ทำงาน ไม่อะไรทั้งนั้น (เสียเงินฟรี) มันเป็นที่อะไร

- เพื่อนเรา (อายุเท่ากัน อายุน้อยกว่า อายุมากกว่า มีทุกวัย หลายคนแต่ไม่ใช่ทุกคน จากหลายสาขาวิชา จริง ๆ เราฟังมาทั้งสองมุม ทั้งมุมที่โอเคดี และมุมที่ว่ากูไม่น่าเรียนเลย แต่จะพูดในมุมไม่น่ามาเรียนเลย) พวกมันบ่นเรื่องปโท

     ขอยกเป็นกรณี ๆ

   คนไหนทำงานแล้ว แล้วบ่นทั้งเรื่องเรียนและเรื่องที่ทำงานด้วย เราจะบอกว่า "ขอให้รู้สึกดีเถอะที่มีงานทำ ยังไงก็ดูแลตัวเองได้ระดับนึง ระหว่างเรียนกับงานขอให้เลือกงานไว้ก่อน ในความรู้สึกเรา ณ ตอนนี้ (และที่ผ่านมา) เราคิดว่างานสำคัญกว่าเรียน เพราะเรียน สุดท้ายก็ต้องไปทำงาน" ดีใจที่ได้ให้คำปรึกษามัน (เป็นรุ่นน้อง) เพราะมันเครียดมาก บอกว่าจะเป็นจะตายมาก ๆ ทุกข์มาก ฟังแล้วเห็นภาพ คิดว่าเป็นเวรเป็นกรรม

    คนไหนที่ยังไม่ทำงาน (เหมือนกันกับเรา) หรือมีงานไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ก็จะบ่นว่าที่บ้านด่า ว่า ง่าย ๆ ทำไมไม่รีบ ๆ เรียนให้จบ "พวกเราทุกคนคิดว่า ง่าย ๆ น่ะ คนพูดมาเรียนเองป่าว ทำไมถึงต้องพูดแบบนี้" เพราะเจอพูดแบบนี้กันทุกคนเลย อย่างบ้านอื่นเราไม่รู้ เอาว่าคำนี้บีบคั้นเรามาก (การทำในลักษณะนี้ ไม่ใช่จะกลายเป็นแรงผลักให้ฮึดสู้เสมอไปนะ เพราะ สำหรับเรา การทำแบบนี้ "การมาด่า มาว่า มาตอกย้ำซ้ำเติมเรา" จะทำให้เรายิ่งถอย หนี และเลิก เพราะว่าเราอยากให้เขาสมพรปาก สมกับที่เขาคอยพูดตอกย้ำซ้ำเติมสาปแช่งเรา เพราะเราอยากให้เขาบาปบาปบาป ก๊าก... แบบว่าเราชั่วแบบนี้แหละ เรารู้ตัว ก๊าก... เราชอบทำให้คนทำบาปโดยที่เขาไม่รู้ตัวหรืออาจจะไม่ตั้งใจ มันช่วยไม่ได้ ก็เพราะ เราถือว่ามนุษย์ทุกคนอย่างน้อยควรคิดและทำแต่สิ่งที่ดีเท่านั้น ทำโดยที่ไม่ต้องไปสนใจหรอก ว่าผลที่จะได้รับจากการทำดีจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างโน้นอย่างนี้ ไม่ต้องไปคิดไปหวัง ขอแค่ทำดีทำดีไป อย่างน้อยที่สุดก็คือ คุณไม่ต้องมาทำหวังดี-แต่กลายเป็นประสงค์ร้าย ไม่ต้องมาทำมือถือสากปากถือศีล ถ้าพูดดี ๆ ไม่ได้ ก็ไม่ต้องพูด ไม่ต้องสาระแนเรื่องชาวบ้าน ไม่มีใครขอร้องให้แสดงความคิดเห็น)



เอาว่า ทิ้งไว้แค่นี้แล้วกัน คิดไม่ออกแล้วเครียดแดกมาก



เราแค่อยากจะบอกว่า ถึงไม่จบโท ก็ไม่ได้แปลว่าโง่หรือไร้ความรับผิดชอบเสมอไป แล้วเราก็ไม่ได้จัญไรด้วย บางทีอาจเป็นเพราะเขา (คนที่ไม่จบป.โท) มีจุดยืน (หรือความคิด หรือความเห็น หรืออคติ หรือ... ฯลฯ) หรืออะไรบางอย่าง ที่ "คนที่จบ ป.โท ไม่มี"



ปล. ถึงเราจบโทได้ (สมมติว่าจบได้) เราก็ไม่ไปงานรับปริญญาแล้ว เพราะไม่อยากเสียเงินค่าเดินทาง ค่าหอ ค่าชุด ค่าจิปาถะ ฯลฯ เพราะตอนป.ตรีก็คิดว่าคุ้มเกินคุ้มแล้ว ถ้าเราจบโท ก็คือจบโท และเริ่มหาประสบการณ์ทำงาน (เริ่มจาก 0) แต่ตอนนี้ยังไม่จบ คิดปริญญานิพนธ์อยู่ จะตายแล้วกู ขอบอก ๆ

ปล.๒ คำพูดของเรา ไม่ควรถูกนำไปชี้นำใคร ขอให้ตัดสินใจด้วยตัวเอง (อย่ามาโน้มเอียงตามคำพูดเรา ในกรณีที่คุณกำลังรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน) และเรารู้ว่าคำพูดเราไม่เคยสะกดจิตเราได้ (ประมาณกฎแรงดึงดูด) เราจะมองอะไรตามสิ่งที่มัน(ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้อง)เป็น เพราะเรารู้ (และหลายคนก็รู้ แล้วยังมาซ้ำเติมกูอีก) ว่าเราเป็นคนยังไง เราโง่ หรือไม่มีความรับผิดชอบหรือ? (โง่เหรอ เรียนมาเอเรียงเป็นตับได้บีบวกตัวเดียว - มันเชื่อถือไม่ได้เลย ใช่ไหม, ไม่รับผิดชอบเหรอ - ที่เคยทำ ๆ และทำ ๆ นี่คือพฤติกรรมของคนที่ไม่รับผิดชอบใช่ไหม) แต่ถ้าเจอแบบสำรวจตนเองที่เราพูดถึง แล้วทำออกมาเปรี๊ยงเลยว่า เราขาดคุณสมบัติ เราจะได้ไสหัวไป ๆ สักที ไม่ต้องมาเสียเวลา ไม่มีใครเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนเรืองนี้ เราเขียนเองจากสิ่งที่กำลังเป็นเอง ย้ำว่าไม่มีแรงบันดาลใจ (ไม่ว่าเราอยู่ขั้นไหน ก็ตาม เราจะมารายงาน เพราะเราเชื่อว่าทุกเรื่องมีเหตุมีผลของมันเสมอ และมันก็ไม่น่าใช่ "คำแก้ตัว")



สบายดี ไม่ได้อะไร ถ้าคิดไรได้อีก จะมาเขียนใหม่! (หรือถ้าไม่เขียนอีกแล้ว ก็คือไม่มีอะไร แต่แค่ไม่อยากเขียนเท่านั้น ทุกคนคิดดีำพูดดีทำดีเองได้ ไม่มีใครห้ามไม่ให้ทำ ขอบคุณสำหรับการติดตาม-ถ้ามี คุณเลือกที่จะมาอ่านเอง ไม่มีใครบังคับคุณ เอย - เพิ่มเติม ๑๐ มิ.ย. ๕๒)

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ฆ่าไวรัส แบบ เกลี้ยง!

วันนี้แม่เอาแฟลชไดร์มาให้ก๊อปปี้ข้อมูล แล้วไรท์ซีดี
แฟลชไดร์นี้เป็นของแฟลชไดร์ของหมวดภาษาไทย
และเรารู้ว่าไวรัสมันมหาศาลแค่ไหน

จำได้ว่าเคยฆ่าไวรัสตลอด และรู้ว่าต้นกำเนิดของไวรัสมาจากเครื่องคอมหมวดแหละ (เป็นงี้ทุกหมวดป่าว ตาอ้วนเป็นป่าว!)

วันนี้ ร่มแดง (แบบฟรี อัพเดทเองทุกวัน) กับ symantec (ที่น่าจะโคตรโบราณ มาตั้งแต่แรก)
ไม่สามารถฆ่าไวรัสในแฟลชไดร์นี้ได้ มันบอกว่าไรไม่รู้ อ่านไม่ออก
ยิ่งสแกนก็ยิ่งเจอ

แฟลชไดร์นี้ขนาดสี่กิ๊ก และรูปเต็ม (แม่บอก)

พอไม่กล้าเข้า (กลัวไวรัสเข้าเครื่องเรา) เราก็กรี๊ด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
โวยวาย
ป๋าเลยมาด่าให้ไปหาโหลดแอนตี้ไวรัสใหม่
ซึ่งเราก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหน เลยเข้าไทยแวร์ (ส่งเดช)

แล้วเจอนี่ http://www.thaiware.com/main/info.php?id=10182
พอลง ก็พบว่า โอ้จอร์ช ที่ปลาส่งฟอเวิดเมลมาบอกว่า น้องคนนี้ เจ๋งจริง
ม.๒ ทำโปรแกรมป้องกันไวรัส

แตกไฟล์
เปิดใช้
อืม

งง ๆ

เลยลองทำกับไดร์ซี และไดร์ดี ของเราด้วย

จากนั้นเลยลอง
สแกนแฟลชไดร์ด้วยร่มแดงดู
เออมันไม่ฟ้องเจอไวรัสแล้ว

เราเลยกดเข้าไปดูแฟลชไดร์ แล้วพบว่า

"โล่ง"
เหลือเอกเซล ๒ ไฟล์
เวิด ๓ ไฟล์


เป็นลม


แต่ก็ดีใจ
ที่ไวรัสไปหมด (ไฟล์ก็ไปหมด)

ขอแนะนำให้หมวดไทย เอาไอ้นี่ไปลงซะ เออ เราเอาใส่แฟลชไดร์ให้เขาดีกว่า แต่ใครจะเปิดใช้วะ

เราเชื่อว่า ไฟล์หายหมดเครื่องแน่นอน

ก๊าก....


แต่เท่าที่เราดู ไดร์ซีกับดีของเรา ไม่มีอะไรหายนะ นอกจากไฟล์ที่เรานึกว่าเป็นไฟล์ระบบ (หรือมันคือไวรัส ที่เราไม่เคยสงสัยเลย และอยู่กับมันมานานแล้วด้วย)
ซึ่งเราว่าโอเคนะ

เพราะถ้าถามเรา เราต้องการให้ปราศจากไวรัส ถ้ารู้ว่ามีไวรัสอยู่ถึงไฟล์จะสำคัญมาก เราก็ไม่เปิดว่ะ ถ้าฆ่าไม่ได้ เรายอมทิ้งไฟล์เลย

เราจึงอยากมาแนะนำว่า
๑. ทำงานบ้าบอคอแตกอะไรก็ตาม หัดเอาไปเก็บไว้ในเมล (เช่น จีเมล) หรือในไดร์ในเน็ต (เช่น สกายไดร์ ของฮอทเมล หรือเก็บที่มัลติพลาย ฯลฯ) อย่าเก็บแต่ในแฟลชไดร์ เพราะมันติดไวรัส และแพร่ไวรัสง่าย (เครื่องเรา ถ้าใครเอาไวรัสมาติด เราเอาตาย ใครส่งไวรัสมา เราก็เอาตาย เราไม่เปิดเมลที่ระบุที่มาไม่ได้ หรือจากคนไม่รู้จัก โดยไม่สนใจว่าจะพลาดข่าวสาร เพราะถ้าไอ้บ้านั่นมันตั้งใจส่งเรื่องดี มันคงไม่ส่งแบบมีเงื่อนงำแบบนี้แน่นอน ยอมตกข่าว แต่ไม่ยอมเสี่ยง)
๒. แนะนำ หากใครใช้คอมสาธารณะ กรุณากลับไปอ่านข้อ ๑ ใหม่ และทำตามนั้นด้วย

ปล. ไอ้น้องชาย โทรมาโวยอีกแล้วว่า แครกแล้วเซฟไม่ได้ เมื่อเช้าเราพิมพ์งานแม่อยู่ หงุดหงิด ๆ เราเลยบอกไปว่า "เฮ้ย ไปขอของเพื่อนเหอะว่ะ เจ๊ไม่รู้จะตอบเอ็งยังไงแล้ว เพราะเจ๊ก็ไม่รู้เหมือนกัน" เราไม่ได้ใจดำหรอก เรารู้ตัวดี
ปล.๒ อย่าลืมเอาโปรแกรมของน้อง ม.๒ คนนี้ไปฆ่าไวรัส เพราะเกลี้ยงดีจริง ๆ (ไม่ได้แซว) คือมันโอเคอ่ะ เพราะอย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลว่าไวรัสยังอยู่ (บันทึกเมื่อ ๗ มิถุนายน ๒๕๕๒) เรารู้ว่าแม่ผิดหวังมากที่ผลออกมาเป็นแบบนี้ แต่จะให้เราทำยังไงล่ะ ในเมื่อมันเป็นไปแล้ว

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2552

อยากให้ช่วยอำนวยความสะดวกกันบ้าง

ทำไมถึงชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากกันจริง



เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจในการด่า เอ้ย แรงบันดาลใจในการมาเล่าต่อ มาจาก ไอ้น้องชาย (ลูกพี่ลูกน้อง) ที่ปัจจุบันมันเห็นเราเป็นบั๊กไปแล้ว ซึ่งเราก็ไม่ได้มีปัญหากับตรงนี้ (คือ ช่วยได้ แต่เรื่องที่ให้ช่วย ไหงมันเรื่องแค่นี้วะ หงุดหงิด ๆ)



ไอ้น้องเรามันฝากแฟลชไดร์ (อีกแล้ว - พอดีเรายังไม่ได้ออกนอกบ้าน ยังไม่ได้ซื้อให้มัน อ่านรายละเอียดได้ที่ http://hi5.com/friend/profile/displayJournalDetail.do?ownerId=4605528&journalId=101680138 ข้อ ๓) ให้แม่มาให้เรา แล้วโทรมาบอกว่า "เจ๊ โหลดโปรแกรม Desktop Author ให้อีกทีดิ เวอร์ชั่นที่เจ๊โหลดให้คราวก่อนมันเปิดกับเครื่องที่ ร.ร.ไม่ได้" -เราตอบว่า- -เออ ก็งี้แหละ โรงเรียนคงเวอร์ชั่นเก่าแก่- "เจ๊ โหลดให้หน่อยนะ เอาเวอร์ชั่น ๔" -เออ แต่ไม่รู้จะหาได้ป่าววะ เพราะที่โหลดให้คราวก่อน ก็เจอแค่ ๕ กับ ๖ เป็นแบบ trial หมดเลย แล้วไมไม่ขอจากเพื่อนวะ- "เพื่อนก็ได้แบบทดลองเหมือนกัน แต่เวอร์ชั่นเท่ากับที่ ร.ร. เลยเปิดกันได้ อยากได้แบบมีแครก" -เออ เดี๋ยวดูให้ เดี๋ยวจะลองถามเพื่อนเจ๊ให้- "แค่นี้ครับเจ๊"





อืม เซ็ง



คือคราวที่แล้วก็พยายามหาเวอร์ชั่น ๔ ให้มันแหละ แต่ก็ไม่เจอ (แบบเราไม่ได้ว่างมากมาย เจอไรก็โหลด ๆ ให้สิ้นเรื่องสิ้นราว)



เราเลยมานั่งคิดว่า "แล้ว ทำไม คุณครูบาอาจารย์ที่สอนคอม (หมายถึงทุกคน ทุกที่ ทุกสถาบัน ไม่ใช่แค่กรณีนี้) ถึงไม่ยอมแจกตัวติดตั้งโปรแกรมให้นักเรียนไปใช้ทำงานที่บ้านด้วยวะ (เรารู้ ว่าถ้าเป็นโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์ จะถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย) แต่ก็ช่วยทำให้มันง่าย ๆ ได้ไหม (จะยังไงก็ได้ ให้มันง่าย ๆ) เด็กจะได้"หมดข้ออ้างเรื่องเวอร์ชั่นไม่ตรงเลยเปิดงานไม่ได้" หรือ"เรื่องที่หาโหลดโปรแกรมไม่ได้" (คุณครูบาอาจารย์จะได้ไม่ต้องเสียเวลามาปรักปรำเด็ก ว่า "ไอ้ขี้เกียจ ไม่ได้ทำงานมาแล้วเอาเรื่องโปรแกรมมาอ้าง") ถ้ากลัวว่าคนจะหาว่าแจกของลิขสิทธิ์ หรืออะไรที่แนวละเมิดลิขสิทธิ์ ทีหลังก็อย่าสอนโปรแกรมนี้นะ จะเอามาสอนกันทำไมไอ้พวกติดลิขสิทธิ์เนี่ย สมัยนี้โปรแกรมฟรี ๆ ที่พอจะดี (ใช้ทำงานได้ระดับหนึ่ง ไม่ถึงกับดีมาก) มันก็มีให้เห็นนะ สอนอะไรเทือกนั้นดีกว่าไหม จะได้ไม่มีปัญหา ไอ้ที่มีปัญหานักอย่าเอาสอน น่ารำคาญว่ะ โดยเฉพาะ Desktop Author เนี่ย เรารู้จักมาตั้งแต่เรียนตรีปีสามแล้ว แต่เราไม่เคยคิดแตะเลย เพราะถ้าต้องใช้งานไฟล์หน้าตาเทือกนั้น เราขอเปิดหนังสืออ่าน น่าจะสบายตากว่า! เราไม่เคยใช้งานโปรแกรม Desktop Author ด้วย เพราะไม่ชอบลักษณะไฟล์ที่ออกมาเป็นแบบนี้ ถึงมียี่ห้ออื่น แต่ถ้าทำออกมาเป็นงี้ เราก็ไม่ชอบ รู้สึกเสียเวลาว่ะ (เสียไฟคอม และเสียสายตา ในความรู้สึกของเรา คนอื่นไม่รู้สึกก็เรื่องของคุณ)"



และ ทำไมไอ้น้องเรา มันไม่ขอโปรแกรมจากเพื่อนมันล่ะฟะ (ก็ใช้เหมือน ๆ กันไปนั่นแหละ สิ้นเรื่องสิ้นราว - ถ้าที่โหลดให้คราวนี้มีปัญหาอีก เราจะบอกให้มันไปขอจากเพื่อนมัน เราไม่ทำให้แล้ว รำคาญ) เราไม่เข้าใจเลยว่ะ แต่คิดว่ามัน "คงนิสัยเหมือนเจ๊มันตอนมัธยมว่ะ" (เจ๊มัน=เราเอง) เพราะเราไม่ชอบพึ่งพาเพื่อนเหมือนกัน มันเสียศักดิ์ศรีว่ะ ก๊าก... (ปัจจุบันนี้นอกจากหมดสิทธิ์พึ่งพาเพื่อนแล้ว ยังมิวายโดนคนพึ่งพาอีก ก๊าก... ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ก็เยอะว่ะ แถมมาแบบไม่เป็นระบบด้วย ระบบเราสับสนเละเทะตุ้มเป๊ะไปหมดแล้ว)





จะบอกแค่นี้แหละ ว่า ไอ้เรื่องง่าย ๆ ก็ชอบทำให้เป็นเรื่องยากกันจริงเล๊ย

หัดช่วยอำนวยความสะดวกให้คนอื่นบ้างเหอะ




เบื่อว่ะ



นี่เราว่าจะไม่เขียนบล็อก ไม่เปิดคอม ก็ยังต้องมานั่งทำนู่นทำนี่ให้คนอื่น มันน่าเบื่อเหมือนกันนะเว้ย "อีการเป็นคนใจดีเนี่ย" น่าเบื่อมาก (ปฏิเสธได้ ก็ปฏิเสธไปหมดแล้ว ที่ทำอยู่คือปฏิเสธไม่ได้) เรารู้สึกว่าเราควรจะมีตารางเวลาทำงานที่ชัดเจนแล้วสิ - ทุกวันนี้อยากจะเปิดคอมวันละแค่ ๑ ครั้ง (และตั้งใจว่าจะต้องทำให้ได้) นั่นคือ ตอนกลางคืน เพื่อจะรอคนทั้งบ้าน (และนอกบ้าน) ให้พร้อมหน้าพร้อมตา แล้วสั่งมาเลยว่า ใครจะให้อีฉันทำอะไรบ้าง แล้วช่วยตรวจงานทันทีด้วย ฉันจะได้ไม่ต้องเปิดคอมหลายรอบให้เปลืองไฟ (และจะได้ไม่เป็นการเปิดโอกาสให้ฉันแอบแว๊บไปเล่นเน็ตบ้าบ้าบอบอ ช่วงรอคำสั่งงานด้วย ก๊าก...)

ห้วย! เพิ่งนินทามัน (ลงบล็อก) มันก็โทรมาเลย โทรมาถามว่าหาโปรแกรมได้ป่าวเจ๊ แล้วเล่าต่อด้วยว่า วันนี้โดนอาจารย์ด่าทั้งคาบเลยว่า "X ทำมาป่าววะ" 
เข้าใจมันเลยว่ะ ฟังแล้วก็สงสาร
ช่วยอะไรได้ก็ช่วยกันไป เพราะรู้สึกคิดถึงตัวเราเองสมัยเรียนมัธยมเหมือนกัน ร้องไห้ทุกวันเปิดเทอมเลย (เป็นอย่างน้อย) เครียด เครียดมาก แข่งเรียนห่าเหวอะไรนักหนาก็ไม่รู้ เฮ้อ... สุดท้ายก็เป็นแบบนี้ รู้งี้เรียนไปแบบเรื่อยเปื่อยดีกว่า จะได้ไม่ต้องเครียด


ปล.
"X" (คำที่ไม่สามารถเผยแพร่ได้ คิดว่าเดากันได้ เป็นคำหยาบคาย)
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

คลังข้อมูล

บทความที่ได้รับความนิยม