
บานบุรี (สีชมพู) ที่แสนจะน่ารัก แต่กินไม่ได้! ก๊าก...
ชอบรูปนี้มาก ขนาดใช้มือถือถ่าย ไม่ได้แต่งอะไรเลยนอกจากกรอบ ใช้โฟโต้สกาป
ไปดูทั้งหมดบ้า ๆ บอ ๆ ได้ที่ รูปต้นไม้ที่ถ่ายในช่วงสองวันนี้
เมื่อวาน
เราบ้า ๆ เลยคว้าโทรศัพท์มือถือแล้ววิ่งเข้าสวน
เอาไปถ่ายภาพตอนรดน้ำต้นไม้เนี่ยแหละ!
นึกอยากได้ภาพต้นไม้เยอะ ๆ
พอดีระหว่างที่เรารดน้ำ
(เมื่อวานขยันกว่าปกติ ออกไปรดนอกรั้วด้วย ธรรมดาจะไม่ออก เพราะชอบมีใครไม่รู้เอารถมาจอดหน้าบ้านเรา ถ้าไปรดน้ำเดี๋ยวเผื่อรถมันเจ๊ง มันจะหาว่าเรากลั่นแกล้งมัน หรือบางทีก็จะมีหมาวิ่งไล่ ไม่ก็พวกโรคจิต สารพัด เลยไม่อยากออกไปรด แต่เมื่อวานเราไปรดแต่วัน แดดร้อนเปรี้ยง ต้นไม้ซาบซ่า)
ขณะที่กำลังรดน้ำในบ้าน เราสังเกตเห็นสาวโรงงานคนหนึ่ง เดินดุ่ม ๆ อยู่หน้ารั้วบ้านเรา
เรามองเขา แต่เขาไม่ได้มองเรา
เขากำลังเด็ดยอดตำลึง ยอดผักหวานหน้าบ้านเรา (ที่สดใสซาบซ่า เพราะเพิ่งรดน้ำ)
แล้วเดินจากไป (ได้ไปสักกำมือนึง น่าจะแกงได้สักชาม)
เราเลยรู้สึกว่า
ดีว่ะ
แบบว่าดีใจที่มันเป็นประโยชน์กับคนอื่นได้อ่ะ (คือเขาไม่ได้ดึงมันถึงตาย เด็ดไปกินอ่ะไม่หวงหรอก)
ตรงกันข้ามกับอีกบ้าน เห็นกะตาเลย
มีต้นตะขบหรืออะไรไม่แน่ใจ
ยื่นออกมานอกรั่ว
มีคนเดินผ่านมา แล้วเด็ดกิน แล้วก็ไป
สักพัก เจ้าของบ้านออกมาตัดกิ่งที่ออกนอกรั้ว
ไปเขวี้ยงทิ้ง (ข้างบ้านเรา!)
อะไรจะงกขนาดนั้น
(ประมาณว่า "ถ้าข้าไม่ได้กิน คนอื่นก็ไม่ต้องกิน!" หรือไง?)
ก็ไม่อยากจะอะไรหรอก
นานาจิตตัง จริง ๆ ก็ไม่เกี่ยวกับเรา
แต่เราแค่รู้สึกว่า อืม... สงสัยเราต้องให้ป๋าเอาต้นไม้ที่กินไม่ได้ออกไปให้หมดอ่ะ เหลือแต่ที่กินได้ดีกว่า ปลูกไว้ทำทาน ใครเดินผ่านไปผ่านมาจะได้เอาไปกินได้ คือตอนนี้เศรษฐกิจย่ำแย่ คนก็ตกงานกันเยอะ ถ้าหาน้ำใจยากขึ้น ก็แปลว่าจะต้องมีโจร มีขโมยมากขึ้น โอเคว่าการปลูกผักเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้อ่ะ คงไม่ได้ช่วยให้ใครมีกินตลอดไป (แบบไม่ต้องทำงานทำการ) แต่มันก็อาจจะประทังไปได้บ้าง อย่างน้อยที่สุดคนที่เอาไปกินเขาอาจจะนึกขอบคุณ และช่วยสอดส่องดูแลบ้านให้เรา เพิ่มขึ้นนิ๊ดนึง
เราเรียนวิชา FE502 พื้นฐานสังคม
ตอนเรียน อาจารย์สอนว่า ที่ต่างจังหวัด ถ้าคุณไปซื้อที่ดินไว้ แล้วปลูกพืชผัก ผลไม้ ไว้เยอะ ๆ
- คุณไม่ได้ล้อมรั้ว ปล่อยให้คนเดินเข้าเดินออกสวนคุณได้ แบบนี้อ่ะคุณจะไม่ต้องเสียค่าจ้างคนเฝ้าสวนเลย เพราะจะมีชาวบ้านในระแวกนั้น (อย่างน้อยคุณก็ต้องทำความรู้จักไว้ด้วย) เข้ามาเอาผลไม้ของคุณไปกิน ดูแลสวนแทนคุณ ยิ่งถ้าเขารู้จักสนิทสนมกับคุณด้วยแล้ว หากมีใครมาทำอะไรในที่ดินคุณ เขาก็จะรีบติดต่อไปบอกคุณทันที
-ในขณะที่ถ้าคุณซื้อที่แล้วล้อมรั้วไว้ จะไม่มีใครมายุ่งกับสวนคุณเลย และไม่มีแจ้งข่าวคุณ ประมาณว่า ใครมาถล่มสวนคุณ คุณก็จะไม่มีทางรู้เลย
(มันมีรายละเอียดที่ลึกซึ้งกว่านั้น แต่นี่คือหลักกว้าง ๆ)
เราคิดว่าเราพอจะสรุปเป็นแนวคิด (คิดเอาเองฝ่ายเดียว) ได้ว่า
ต้นไม้ที่อยู่นอกรั้ว (เจ้าของที่ดินในรั้ว เป็นคนปลูกไว้ และปลูกตรงพื้นที่ที่อยู่ระัหว่างรั้วกับถนน) จะถือเป็นสมบัติของเจ้าของที่ดินภายในรั้ว แต่เป็นสมบัติที่เจ้าของที่ดินภายในรั้ว ยินดีแบ่งปันผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นให้กับสาธารณะ เช่น เราปลูกต้นมะม่วงไว้นอกรั้ว มะม่วงออกลูก ใครผ่านไปผ่านมาเห็นมะม่วงน่ากิน ก็สามารถเด็ดมะม่วงไปกินได้เลย โดยไม่ต้องขออนุญาตเรา แต่ถ้าจะขออนุญาตก็จะน่ารักมาก ๆ (ยิ่งถ้าขอแล้ว ยังเอ่ยปากขอบคุณเราด้วย ก็จะยิ่งน่ารักสุด ๆ - คือดูเป็นคนมีมารยาทอ่ะนะ) แต่ที่อนุญาตให้เด็ดไปได้ ก็จะต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ว่า "เด็ดไปแค่พอกิน" (กินแค่พอหายอยาก ไม่ใช่เด็ดเอาไปขาย เอาไปตุนไว้ ไม่คิดเผื่อแผ่ให้เจ้าของบ้านหรือคนอื่น ๆ ได้กินมะม่วงบ้างเลย คนอย่างนี้ เรียกว่า "คนเห็นแก่ตัว") และต้องไม่เด็ดให้ต้นไม้ตาย ที่สำคัญ หากช่วยดูแลรักษาได้ ก็จะยิ่งดี เช่น ถ้าเห็นคนมาทำลายต้นมะม่วง ก็ต้องห้ามปราม ขัดขวาง (เพราะถ้าต้นมะม่วงตาย คุณก็อดกินเช่นกัน จริงป่ะ ต้องช่วย ๆ กันดูแล)
อะไรทำนองนี้
คือ เราถือว่าเป็นการทำทานอ่ะ บางทีถ้าทุก ๆ คนสามารถแบ่งปันกันได้ อาจทำให้วิกฤตนี้ไม่โหดร้ายนัก (คิดซะว่า ถ้าเรามีน้ำใจช่วยเหลือหรือแบ่งปันเขาได้บ้าง เขาก็อาจจะไม่คิดร้ายกับเรา แต่ก็ไม่ต้องไปคาดหวังหรอกว่าจะได้อะไรตอบแทนมากมาย เพราะคนที่มี-มีปัญญาตอบแทน เขาก็คงไม่มาเด็ดผักริมรั้วกินหรอก ก็คงจะมีแต่คนที่เขาไม่ค่อยจะมีอ่ะนะ ซึ่งมันก็คงช่วยปะทังชีวิตเขา ให้ผ่านพ้นไปได้อีกวัน ถือว่าช่วย ๆ กัน)
เราเชื่อว่าถ้าใครที่มีพื้นที่ (บ้านที่พอมีพื้นที่ เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ไม่ใช่พวกคอนโด บ้านเช่า)
น่าจะเอาพื้นที่นอกรั้ว (หากพอปลูกอะไรได้บ้าง)
เอาไปปลูกพืชที่กินได้
ดอกไม้น่ะไม่ต้องปลูกหรอก เพราะมันกินไม่ได้ (เฉพาะที่กินไม่ได้) ได้แต่สวยไปวัน ๆ เชอะ ก๊าก... (เห็นแก่กิน)
มาดูดีกว่า ว่าคุณควรปลูกอะไรหน้ารั้ว
หน้ารั้วเรา ค่อนข้างมีพื้นที่ ปลูกอะไรได้มากพอสมควร
ขณะนี้มันเป็นงี้
เขียนไงดีวะงง?เอาว่า ต้นไม้ที่น่าปลูกหน้ารั้วมีดังนี้
(ดูตามความทนทานต่อโรค และกินอร่อย ก๊าก... เออ เราอาจเข้าใจผิดนะ เพราะเราก็ทำสวนไปวัน ๆ ไม่มีหลักการทฤษฎีมากนัก)
๑) มะกรูด เพราะมันทนแดดมาก ๆ ยิ่งมีแดด ใบยิ่งใหญ่มาก
เอาไว้ไปใส่ผัดพริกก๊าก...

๒) พริกขี้หนู เพราะมันโตดี๊ดี (บ้านเรา ไม่ค่อยมีโรค ชอบมาก) และคนเรา จะกินพริกกันเยอะแยะเท่าไรกัน เอาเป็นทาน มาจิกทีเม็ดสองเม็ด พอกินฮา ๆ ไม่ต้องไปซื้อหาให้เปลืองเงิน ก๊าก...

แต่พริกบ้านเรามีหลายขนาดอ่ะ ตั้งแต่เล็กจิ๋วตามรูป ไปจนปกติ และพริกยักษ์ แต่เราชอบพริกเล็กน่ารักดี เวลาเด็ดต้องจิกถึงขั้ว ไม่งั้นจะไม่ออกอีก (ถ้าเด็ดแต่เม็ด ต้นพริกจะเข้าใจว่ายังมีพริกอยู่ เลยไม่ยอมออกดอก ถ้าใครจะมาเด็ดพริกบ้านคนอื่น เด็ดให้ถูกวิธีด้วยเน้อ... อย่าดึงถึงตายล่ะ ต้นมันอ่อนแรง)๓) ผักหวาน แบบที่แม่สาวโรงงานเด็ดไปกิน อร่อยดีอ่ะ เราชอบมาก ๆ มันไม่ค่อยเป็นโรคอ่ะ ไม่ต้องดูแลเลย

๔) ตำลึง จำได้ตอนเล็ก ๆ เราไม่กินผัก ก็มีแต่ไอ้นี่แหละที่เรายอมกิน เด็ดตำลึงที่บ้านอ่ะ ปลอดภัยกว่าที่ซื้อตั้งเยอะ ที่ซื้อนะ คนเด็ดมันจะถลกลงมาทั้งกอ ใบอ่อนแก่ปนกันมั่ว ที่สำคัญ หนอน!!!!! กรี๊ด ๆ

ในรูปมีลูกตำลึงด้วย เอาไว้ให้นกกิน (ระวังมันจะมาขี้ใส่เสื้อ ก๊าก...)
๕) ใบเตย เอาไว้หอม ๆ พอดี นี่ของบ้านข้าง ๆ เรา เขาเอามาไว้หน้าบ้านเรา กับบ่อบัวเขา ก็ฮาดี ป๋าเลยให้เราดูแลไปด้วย บ่อบัวเขาเป็นบัวนางกวัก สวยแปลกดี ในบ่อมีปลา และเป็นที่กินน้ำของหมากับแมวที่เิดินไปมา (ทำทานได้อีก) เออ ใบเตยมีคนเด็ดบ่อยเหมือนกัน

บัวนางกวัก ในบ่อบัวที่เป็นบ่อปลา (และเป็นบ่อน้ำหมาแมว)๖) กะเพรา เพราะบ้านเรากะเพราเยอะ แต่แปลกนะ บ้านยายเราปลูกกะเพราไม่ได้ แต่โหระพางามมาก ในขณะที่บ้านเราโหระพาไม่งาม อันนี้คงแล้วแต่ดิน แต่เราว่ากะเพรามันอร่อยดีอ่ะ แต่ปลูกแล้วอาจจะไม่ได้เยอะ เพราะต้นมันไม่โต มันไม่เลื้อย เปลืองที่เปล่า ๆ (เดี๋ยวเผื่อใครอยากกินมาก กระชากไปทั้งต้น จะน่าเสียดายเปล่า ๆ ก๊าก...)

๗) อัญชัญ เลื้อย ใช้เนื้อที่คุ้มมาก (รกเป็นบ้านร้างเลย ตำลึงเหมือนกัน เคยมีคนบอกหลายครั้งแล้วว่าบ้านเราโคตรรกเพราะต้นไม้เลื้อย ๆ) อร่อย ป๋าเราทำเป็นแกงจืดอัญชัญ อร่อยมาก.....

ไอ้บ้า ห้าโมงแล้วยังเขียนไม่เสร็จเลย
สรุป ๆ แล้วกัน
จะไปทำสวนแล้ว
ป๋าบอกว่าจะลง มะละกอไว้หน้าบ้าน อันนี้วางแผนแล้ว
มะละกอจะได้ไว้ทำส้มตำ ก๊าก...นอกจากนี้มีต้นที่ไปปลูกสักนิดหน่อยก็ดี ไว้เป็นทานให้เด็ก ๆ ????
มาดูว่า เด็ก ๆ ยังไง
พลูด่าง เอาไว้เผื่อให้เด็กประถมมาเด็ดเอาไปส่งครู (ที่ชอบบังคับให้ปลูกพลูด่าง)
พลูด่างที่มีในบ้านเรา ก็เพราะว่าแม่เราไปหาซื้อมาให้เราเอาไปส่งครู แต่แล้วก็เอากลับมาลงดิน เลยมีมาจนถึงทุกวันนี้

กระสัง ไว้ให้เด็ก ม.ต้น เอาไปเรียนเรื่องท่อลำเลียงน้ำ
ว่าแต่กินได้ด้วยเหรอ น่ากลัวว่ะ ไปค้นมายําผักกระสัง

ว่านกาบหอย ไว้ให้เด็กม.ปลาย เอาไปส่องกล้องจุลทรรศน์ ดูปากใบ วิชาชีววิทยา ก๊าก...

ฤาษีผสม เอาไว้ให้เด็ก ม.ปลาย เอาไปทำครอสเซกชั่น (cross section) วิชาชีววิทยา

มีอีกแต่จำไม่ได้ จำได้แค่นี้
นอกจากนี้อาจจะปลูก
ทับทิม เอาไว้ให้คนที่กลับมาจากงานศพ เด็ดยอดเอาไปใส่น้ำล้างหน้า
และไว้กินลูก (กินย๊ากยาก ไม่อิ่มด้วย)

นอกจากนี้ จะเล่าว่า
เราปลูก ถั่วฝักยาว แล้วก็พบว่าสภาพมันเป็นงี้ ทำให้เรายืนยันได้ว่า การปลูกถั่วฝักยาวตามธรรมชาติ (บ้านเราไม่ได้ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอะไรใดใดทั้งสิ้น ปลูกไปตามธรรมชาติ ยกเว้นต้นไม้ราคาแพงของป๋าที่เพลี้ยลง อะไรทำนองนี้ ถึงจะหายามาใส่) ปลูกแบบไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ไม่ได้กางมุ้ง ไม่ได้ดูแลอย่างดี จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะแมลงลงอย่างบ้าคลั่ง จากตอนแรกปลูกไว้หลาย โตมาได้สิบห้าต้น ตอนนี้เหลือสองต้น (วันนี้ออกไป จะเหลือสักต้นหรือเปล่าก็ไม่รู้) ดังนั้นก่อนกิน จงล้างให้มาก ๆ เพราะไม่พ้นยาฆ่าแมลงแน่นอน

ไอ้นี่ หอมแดง เราปลูกเอง

เรายังชอบเอาหอมกระเทียมหัวเน่า ๆ ไปปักในกระถางต้นอื่น ๆ แล้วก็รากขึ้นฉ่ายด้วย ปัก ๆ ก็ขึ้น ฮาดี ขึ้นแล้วก็เอามากิน
มะม่วง
ที่ลงแทนพญาสัตบัน (ส่วนพญาสัตบัน โดนถีบลงข้างทางไปแล้ว)

สุดท้าย ถามหน่อย ว่านี่ต้นอะไร ใครทราบบ้างคะ?????

ใบ

ลูก

ลูก ตอนแตก เราบีบให้มันแตกเอง เม็ดเหมือนมะเขือ ((((ลูกมะแว้งนก รู้แล้ววววว))))
ไปรดน้ำแล้ว ปวดหลัง เขียนนาน ร้อน ๆ ๆ
ถ้าสะกดผิดขออภัย พอดีรีบไปรดน้ำ เดี๋ยวมืด!





