มีคำอธิบายหลาย
- กลับมาเพราะ pranitee.com จะไม่มีแล้วค่ะ เราไม่เช่าแล้ว เสียดายเงิน เราไม่ได้ใช้ทำอะไรให้งอกเงยเลย และจุดประสงค์ที่แท้จริงที่เปิด มันไม่มีอีกแล้ว จึงไม่จำเป็นแล้ว กลับมาดีกว่า
- ที่นี่ แม้เราประกาศไป http://pranitee.blogspot.com/2009/09/blog-post_18.html ก็ยังมีคนเก็บฟีดอยู่ และมากเท่าเดิมด้วย ไม่ได้ลดลงเลย แปลว่าเขาไม่ได้อ่านเลยหรือไงว่าเราประกาศย้ายที่เขียน ก๊าก... หรือไม่ เขาก็แน่ใจว่าเราต้องกลับมาเขียนที่นี่อยู่ดี และเราก็กลับมาเขียนที่นี่อยู่ดีจริง ๆ
- อะไรดีล่ะ ไม่มีแล้ว มาดูหนังสือสามเล่มที่อยากแนะนำ
เฮ้ยไม่ทันแล้วสองนาทีอ่ะ (ว่าจะปิดคอมสองทุ่ม) ขออีกยี่สิบนาทีแล้วกัน
มีสามเล่ม
เราสั่งจากเซเว่นแคตตาล็อก
จริง ๆ เราอยากได้แค่ไอ้นี่
ชุดแปรงสี่ชิ้น จะเอามาขัดพื้นห้องน้ำนู้น...
แต่แล้ว
ก็สั่งหนังสือไปด้วยเห็นว่าลดเยอะดี (จากราคาที่เขาบอก)
ตอนนี้เราต้องประหยัด เลยต้องอ่านเล่มนี้
เราอยากแก้จน เราเลยต้องอ่านเล่มนี้
เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน เราว่าจะแต่งนิทานขาย (เพราะเราจบป.ตรี โดยเรียนวิชาโท "การผลิตหนังสือ" มาเหมือนกันนะ เราทำงานโรงพิมพ์ สำนักพิมพ์ เขียนหนังสือได้ มีความรู้บ้างเหมือนกัน) เลยซื้อมาจะดูแนว ห้าห้าห้า
แต่แล้ว เมื่อเราได้หนังสือมา
ขอบอกว่า
เล่มแรก สนุกดี แต่พักไว้ก่อน
เล่มสอง ประทับใจมาก เราขอบูชาหนังสือเล่มที่สองเลย ขบวนการแก้จน เราศรัทธาผู้เขียนมาก ๆ อ่ะ (แม้ท่านจะเสียแล้ว) ความคิดอย่างท่านอ่ะ ประเสริฐจริง ๆ หาคนแบบนี้ยากขึ้นทุกที่ ขอบอกว่านอกจากหนังสือเล่มนี้จะกลายเป็นตำราทำอาหารของเราแล้ว ยังจะเป็นแนวทางสร้างอาชีพให้เราได้ (หากชีวิตเราเกิดการเปลี่ยนแปลงอีก) ดีใจที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้อ่ะ ดีใจมาก ๆ อ่านแล้วมีความสุขมาก ๆ
เล่มที่สาม เพิ่งอ่านได้นิดเดียว เรื่องเดียว เรื่องแรก สนุกดี เราคงยังไม่แต่งนิทานอ่ะ ตอนนี้เราขอตั้งใจทำงานที่เราเลือกก่อนแล้วกัน
(ขอบอกว่า นิทานที่ดี ต้องไปบ้า และทำให้เด็กเข้าใจผิดได้ เช่น ผ่าท้องแล้วเอาเข็มเย็บ เป็นนิทานที่อันตราย ส่วนใหญ่เห็นจากนิทานของเมืองนอก เราขอเตือนพ่อแม่ว่าอย่าอ่านนิทานทำนองนั้นให้ลูกฟัง เพราะเขาจะเข้าใจผิดได้จริง ๆ แต่ขอบอก ขอบอก ว่าหนังสือนิทานของ ดร.อาจอง นั้นดีมาก ๆ ไปหาซื้อมาอ่านเถอะค่ะ แค่เรื่องแรกก็เริดแล้ว ประทับใจ ขอคอนเฟิร์ม เราเคารพ ดร.อาจอง มาก ๆ อ่ะค่ะ ขอยกท่านเป็นบรมครูเลย)
แต่มีสิ่งที่ได้เรียนรู้ จากการสั่งซื้อหนังสือครั้งนี้ คือ (จริง ๆ เราก็เรียนรู้มานานแล้วนะ แต่จะย้ำอีกที)
- หากคุณอยากให้คนรักการอ่าน คนอ่านหนังสือเยอะ ๆ ซื้อหนังสือเยอะ ๆ คุณต้องทำให้ราคามันถูกลง
เราบอกตรง ๆ ว่าเราไม่แน่ใจว่าเซเว่นเป็นของใคร เป็นลิขสิทธิ์เมืองนอกหรือไม่อย่างไร (โดยส่วนตัวเรามันเวอร์ เราไม่ค่อยชอบร้านค้าข้ามชาติ แต่ก็ซื้อบ้าง เพื่อไม่ให้ชีิวิตมันต้องยุ่งวุ่นวายจนเกินไป) แต่เซเว่น บุ๊กสมาย และอะไรที่เกี่ยวข้อง เขาทำให้เราพบว่า ถ้าหนังสือราคาถูกลง คนก็จะซื้อหนังสือได้มากขึ้น อย่างเช่นเราเป็นต้น ขอบอกเลยว่า ไม่เสียดายเงินเลย หนังสือดีจริง ๆ (คุณภาพดี เนื้อหาดี) โดยเฉพาะเล่มขบวนการแก้จน บอกตรง ๆ ว่าเราขอบคุณที่แสดงให้เห็นว่าลดราคา ไม่งั้นป่านนี้เราก็คงยังไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้
จำไว้ อย่าดีแต่บอกปาว ๆ ให้ซื้อหนังสือ มาซื้อหนังสือ มาอ่านหนังสือ อ่านแค่แปดบรรทัด อ่านแค่ห้านาที ฯลฯ ตราบใดที่หนังสือราคายังแพง ก็อย่าหวังเลยว่าคนจะซื้อหนังสืออ่าน (เขาไปอ่านที่ร้านเอา ก๊าก...)
.............
แถมอีก ยังเหลืออีกแปดนาที (จะตรงเปรี๊ยะอะไรนักหนาอีนี่)
เราอยากบอกว่า
เท่าที่เราเจอมา เท่าที่เราฟังมา เท่าที่เราเห็นมา
บริษัท ห้างร้าน หน่วยงาน ไม่ประสบความสำเร็จในการจ้างคนมาทำงาน
เพราะว่า
๑. ไม่บอกว่า เขาต้องทำอะไร ชอบให้เรียนรู้จากการดูเอง ซึ่งมันทำให้ผิดพลาด
อยากให้คนทำถูกต้องสอน
๒. (ในกรณีที่มีลักษณะแบบนี้) พนักงานบางคนไม่ชอบของาน เพราะ พอไปขอ หัวหน้าก็รำคาญ (เขาทำงานอยู่) เลยเหมือนไม่ทำงาน ที่จริงทางบริษัทควรมีการเช็คเลยว่า พนักงานของคุณเป็นคนแบบไหน เป็นแบบแพสซีฟ หรือแอคทีฟ คนที่เฉื่อย ๆ บางทีทำงานดีมากนะ แต่เขาแค่ไม่รู้จะแอคทีฟ (บางทีแค่กับเรื่องมนุษยสัมพันธ์) ยังไง ถ้ามี list งานให้ยาวเป็นหางว่าวต่อเนื่อง บางทีอาจทำให้เขาำงานได้มากขึ้น และมีความสุขมากขึ้น เพราะไม่ต้องไปเจอหัวหน้า (ที่บางทีก็เฮงซวย)
โดยส่วนตัวเราคิดว่า การบอกว่าข่ายงานของเขามีอะไรบาง ถ้างานหมดหยิบจับส่วนไหนได้ จะทำให้คนเราสนุกกับการทำงานมากขึ้น
อันนี้ได้มาจากหลายฝ่ายเลย ตั้งแต่ตอนฝึกงานปีสี่ น้องที่รู้จักมาเล่าให้ฟังเรื่องปัญหาที่ทำงาน อ่านกระทู้
และที่สำคัญ ไม่ต้องห่วงหรอกว่าเขาจะได้เคล็ดลับอะไรดี ๆ ไป ทุกที่ก็มีเคล็ดลับหมดแหละ ถ้าคนเรามีความสุขในการทำงาน ใครจะอยากลาออก จริงไหม
อยากจะบอกว่า สาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้คนอยากลาออกจากงาน คือ ปัญหากับเจ้านาย (อันนี้เราฟันธงไม่ได้ แต่เราได้ยินมาหลายคนแล้ว ดังนั้น ถ้าเอื้อให้ปะทะกันน้อยหน่อย มีอะไรสอน มีอะไรบอก ด่ากันน้อยลง ความสุขในที่ทำงาน จะมีมากกว่านี้ "อยากให้ใครทำอะไรได้ อยากให้ทำถูกทำดี บางทีต้องมีตัวอย่างที่ดีให้เห็น การด่า การต่อว่า การตัดเงินเดือน การทำโทษ ไม่เคยมีผลดี ไม่เคยสร้างความจงรักภักดี ขอบอกจากใจจริง")
ไปแล้ว ตรงเวลาเป๊ะ ก๊าก...
ซอสของฉัน (ตัวอย่างตอนต่อไป)
วันอาทิตย์, ตุลาคม 11, 2009
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)



0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น