วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2552

จำไว้ ภาคที่เท่าไรไม่รู้ อยากให้รู้ แล้ว จำไว้

เรียนรู้มาสักพัก แต่เพิ่งพิมพ์

๑. ถ้าจะซีรอกอะไร ให้ใช้เอกสารต้นฉบับสีดำเท่านั้น ทั้งหมด (ไม่งั้นจะซีรอกไม่ติด)
อันนี้เรียนรู้มาจากการทำชีตของเอซัง เขาต้องไปเปลี่ยนต้นฉบับหลายรอบ เปลี่ยนสีกราฟ สีข้อความ ทุกอย่างต้องดำ ปรินท์ดำ (ถ้าสีแต่ปรินท์ดำ ก็ยังจาง) ต้องดำตั้งแต่ในไฟล์ เครื่องปรินทร์ ไปซีถึงจะติดชัดเจนทั้งหมด จงจำไว้

ถ้าอยากให้มีแบบสี นั่นแปลว่า คุณต้องทำไฟล์ทั้งสองแบบ (ทำไปเหอะ ดีกว่าต้องมาเสียเวลาแก้ไขทีหลัง)

แถมอีกเกี่ยวเนื่องกัน
---เวลาเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง (ป๋าบอกมา) จงใช้หมึกดำเซ็นเท่านั้น และหมึกดำหัวโต ๆ
เซ็นให้ครบว่าใช้งานอะไร เขียนไปทับหน้า ทับชื่อนามสกุลยิ่งดี
และเขียนด้วยว่าเป็นการใช้ในช่วงเวลาไหน วันที่เท่านี้ถึงเท่านี้
เพื่อป้องกันการลบแล้วนำไปแอบอ้าง

สีดำนี่ดีจริง ๆ

.................
เรียนรู้มาหลายครั้งแล้ว แต่เพิ่งประจักษ์กับตนเองว่ามันไม่น่าเล๊ย....

๒. เวลาขอเลขบัญชีจะไปโอนตังค์ให้
ถ้าไม่อยากเสียเวลาโทรไปถามให้วุ่นวายอีก
มีกี่บัญชี ขอมันมาให้หมด (คนบอกก็ บอกมันไปให้หมด)

เดิมเราทำงานให้เพื่อนเรา สามสี่ครั้ง
มันโอนตังค์ให้เรา เดิมก็โอนได้ แต่จู่ ๆ มันโอนไม่ได้ มันก็โทรมาด่าเรา (เราก็บ่น ๆ ๆ ว่า "ห่าเอ๊ย กูเป็นตู้เอทีเอ็มที่ไหนล่ะวะ มาด่ากูทำซากอะไร โอนไม่ได้ก็เพราะมึงอ่ะซวยเองรึป่าว คนอื่นเขาก็โอนกันได้โครม ๆ ๆ ๆ มึงก็เคยโอนได้หนิ" - นี่คือเราคิดในใจทั้งหมด ไม่ได้ด่ามันกลับไป เพราะ กลัวมันเปลี่ยนใจไม่จ่ายตังค์ ก๊าก... เดี๋ยวไม่ได้ตังค์)
มันต้องโทรมาถามเลขบัญชีอื่น ๆ จากเรา ยังไม่พอ มันบอกว่าขอเลขบัญชีตรงธนาคารของมันด้วย มันจะได้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม (fee = 25B.)
เราต้องไปขอเลขบัญชีของป๋าเรามาให้มันโอน เพราะเราไม่มีบัญชีธนาคารที่มันมี (มันจะได้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม)
อืม เราน่าจะเรียนรู้ได้ตั้งแต่ตอนนั้นนะ
แต่เราก็ยังเฉย ๆ ล่าสุด ตะกี้เอง เราไปโอนตังค์ให้เพื่อน ฝากมันไปทำบุญ (พ่อเพื่อนอีกคน ท่านเพิ่งเสีย)
๑) เราเรียนรู้ว่า เออ เราควรจะขอเลขบัญชีทุกบัญชีของมันมาเลยทีเดียว เพราะเราไปกดโอนแล้ว แต่โอนไม่ได้ เครื่องบอกว่าเลขปลายทางไม่ถูกต้อง ทั้งสองตู้ (ซึ่งเป็นตู้ที่ไม่ตรงกับบัตรเราและบัตรมัน) จะได้ไม่ต้องเสียเวลาและค่าโทรศัพท์โทรไปหามัน และเปลืองค่าโทรศัพท์ให้มันโทรกลับมาหาเรา และค่าเอสเอ็มเอส ที่ต้องส่งเลขมาให้เรา (เพราะเราไม่มีปากกา เราไม่ชอบกดลงโทรศัพท์ เพราะถ้าเกิดกดไปกดมาหาย เราต้องโทรไปถามมันใหม่อยู่ดี)
๒) เราเรียนรู้ว่า ถ้าเราสะดวกใช้ตู้ไหน เราควรไปเปิดบัญชีของตู้นั้น ถ้าเราเปิดของธนาคารที่มีตู้อยู่ปากซอย วันนี้เราคงไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม (ใช่ป่ะ) ฮือ... ๒๕บาทก็เงินนะเฟ้ย กินข้าวได้ตั้งจานนึง เดี๋ยวจะไปเปิดแล้ว
๓) อย่าลืมพกกระดาษและปากกาไปทุกหนทุกแห่ง ไม่เว้นแม้ปากซอยหมู่บ้าน
๔) นำเลขบัญชีติดตัวไว้บ้างเพื่อความสะดวก (เราจำเลขบัญชีเราได้อันนึง แต่ก็เริ่มเลอะเลือนไปบ้าง ไม่ได้ทำธุรกรรมนาน ก๊าก... แต่จดไว้ว่ะ ติดตัวเลย อำนวยความสะดวกให้คนที่จะโอนตังค์ให้เรา ก๊าก...)

เอาเหอะ เรียนรู้ก็ดีแล้ว และได้ฝากเงินไปทำบุญด้วย ก็โอเคแล้ว

....................

เรียนรู้ตะกี้เลย หลังกลับเข้าบ้านมา

๓. อย่าลืมเอาดัมเบลกั้นประตู (อย่าลืมล็อกกลอนประตู) ไม่ว่าจะคิดว่าเข้ามาหรือออกไปแค่สามวิ สองวิ หนึ่งวินาทีก็ตาม (ห่างประตูแป๊บเดียวเอง) อย่าคิดงั้น โปรดจงลงกลอนซะ ไม่งั้นจะซวยแบบนี้
เรารีบมาส่งเมลให้เพื่อน (เราส่งหลักฐานการโอนให้มัน - แบบเป็นคนทำอะไรต้องมีหลักฐาน ก๊าก...) แป๊บเดียวเท่านั้น ได้ยินเสียงกรี๊ด ๆ ของเอซังที่อยู่นอกบ้าน (แม่อยู่ในครัวไม่รู้เรื่อง)
แมวที่ปัจจุบันอยู่ประจำในบ้านเรา มีเก้าตัว มาเดินแฟชั่นโชวในบ้านเราสักครึ่งนึง มันไปห้องป๋า บางส่วนดมหนังสือของใช้ฟูก เสื้อผ้า (ของกรู ฮือ...) บ้างเดินมากินข้าว (แม่วางสำรับข้าวไว้ แม่เราเขาชอบกินข้าวหลังคนอื่น ๆ) หมดค่ะ หมดเกลี้ยง เทให้แมวกิน และเราก็โดนด่าชิบหาย แน่นอน จำจนตาย บ้านเน่า เกลียดตัวเองจริง ๆ แป๊บเดียวจริง ๆ ไม่ถึงนาที แต่มูลค่าความซวยมหาศาล

อย่าลืมล็อกกลอน เพราะคุณอาจซวยกว่าเรา หากที่เข้าบ้านคุณนั้นไม่ใช่แมว แต่เป็นโจร!

เฮ้อ กูละหน่าย

ไปแล้ว ถือว่าได้มาบันทึกสักที หลังจากทีก็เรียนรู้มาบ้าง แต่ดันความจำสั้น ขี้ลืม ต่อไปไม่ลืมแล้ว เซ็ง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
แต่ถ้าบทเรียนของเรา ทำให้คุณระวังมากขึ้น ก็โอเคว่ะ ไม่ซีเรียส
โชคดีค่ะทุกท่าน   

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

คลังข้อมูล

บทความที่ได้รับความนิยม